การเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและคุ้มค่ามากที่สุด

การเลือกประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและคุ้มค่ามากที่สุด แทบไม่ต้องย้ำ คุณเองก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องของสุขภาพสำคัญแค่ไหน ยิ่งเราอยู่ในยุคที่โรคระบาดครองเมืองมานานเกินครึ่งปีแบบนี้ ยิ่งต้องหาหลักประกันชั้นดีอย่างการทำประกันสุขภาพที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อช่วยลดภาระกรณีมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

ปัจจัยที่ต้องใส่ใจก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพ

1.เบี้ยประกัน
หรือเงินที่คุณจ่ายให้บริษัทประกันภัยเพื่อซื้อความคุ้มครอง ส่วนใหญ่แล้วอัตราค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะปรับเปลี่ยนไปตามอายุ และขึ้นอยู่กับความเสี่ยงในแต่ละช่วงอายุ เช่น เด็กและผู้สูงวัยจะมีค่าเบี้ยประกันสูง เพราะคนทั้งสองวัยนี้มีความเสี่ยงสูงในการเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ ได้ง่ายกว่าวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ปัจจัยในเรื่องของเพศ สุขภาพ อาชีพ การดำเนินชีวิต และจำนวนผู้เอาประกันภัย (กรณีประกันภัยกลุ่ม) ก็มีผลต่ออัตราเบี้ยประกันเช่นกัน

ทั้งนี้ เบี้ยประกันสุขภาพที่เหมาะสมควรจ่ายไม่เกิน 10-15% ของรายได้รวมทั้งปี เช่น รายได้ต่อเดือน 25,000 บาท ในหนึ่งปีจะมีรายได้รวม 300,000 บาท ดังนั้น ค่าเบี้ยประกันสุขภาพควรอยู่ที่ 30,000 – 45,000 บาทต่อปี ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพ ควรดูตารางค่าเบี้ยประกันตลอดอายุสัญญาว่าเหมาะสมกับรายรับและค่าใช้จ่ายส่วนตัวหรือไม่

2.วงเงินคุ้มครอง
เพราะการเจ็บป่วยไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะหนักหรือจะเบา ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อประกันสุขภาพ คุณต้องนึกถึงสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดเอาไว้ก่อน ว่าประกันสุขภาพที่ซื้อต้องมีวงเงินคุ้มครองเท่าไร ถึงจะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งหมดเช่น หากค่ารักษาทั้งหมดของคุณคือ 150,000 บาท แต่ประกันสุขภาพของคุณคุ้มครองแค่ 50,000 บาท เท่ากับว่าคุณต้องควักเงินจ่ายเองอีกแสนนึง! ดังนั้น เพื่อเป็นหลักประกันทุกความเสี่ยง ควรคำนึงถึงการเลือกซื้อประกันสุขภาพที่มีเงินคุ้มครองสูงชนิดที่คุณไม่ต้องเสียเงินค่าส่วนต่างให้เจ็บตัวเจ็บใจซ้ำซ้อน

3.ความเสี่ยง
ได้แก่ สุขภาพส่วนตัว โรคประจำตัว หรือกรรมพันธุ์ เนื่องจากประกันแต่ละบริษัทให้ความคุ้มครองครอบคลุมต่างกันออกไป จึงเป็นหน้าที่ของตัวคุณเองที่จะต้องประเมินความเสี่ยงว่าอาจเกิดโรคอะไรขึ้นได้บ้าง เพื่อการเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ตรงใจมากที่สุด เช่น หากครอบครัวมีกรรมพันธุ์โรคหัวใจ คุณก็ควรเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงโรคหัวใจ เป็นต้น

4.กระแสเงินสดของตนเอง
ซึ่งก็หมายถึง เงินสดที่คุณสามารถนำไปจ่ายหนี้สิน หรือเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ ของชีวิตได้อย่างไม่ขาดสภาพคล่องนั่นเอง ดังนั้น การจ่ายค่าเบี้ยประกันสุขภาพในแต่ละเดือนหรือแต่ละปี จึงควรเป็นเงินที่ไม่เดือดร้อนกับค่าใช้จ่ายหลักในชีวิต หลักประกันความอุ่นใจด้านสุขภาพในอนาคตจะได้ไม่บั่นทอนเงินในกระเป๋า ณ ปัจจุบัน

5.รูปแบบประกันสุขภาพ
หลังจากเตรียมความพร้อมในปัจจัยทุกด้านเสร็จสรรพแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการพิจารณารูปแบบของประกันสุขภาพให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการทางด้านสุขภาพของคุณให้มากที่สุด

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ