ประกันสุขภาพมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดี

ประกันสุขภาพมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดี หลายต่อหลายคนมักพูดว่า “การไม่มีหนี้คือลาภอันประเสริฐ” ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้แต่ก็ยังมีอีกหลายคนยกมือขอเถียงว่า “การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ” กว่า เมื่อฟังดูแล้วทั้งสองสิ่งนี้ต่างเป็นเรื่องที่ดีทั้งสิ้นแหละค่ะ สำหรับเรื่องหนี้สินนั้นเรายังพอห้ามใจไม่ให้ไปก่อได้ แต่โรคภัยนี่สิคะห้ามกันได้ซะที่ไหน การเตรียมตัวรับมือด้วยการดูแลสุขภาพหรือซื้อประกันคอยคุ้มครองจึงดูเป็นทางออกที่ดีที่สุด … ว่าไหม? งั้นมาดูกันว่าประกันสุขภาพคืออะไร รูปแบบประกันแบบไหนที่เหมาะกับตัวคุณ หากพร้อมแล้วมาค้นหาคำตอบได้ที่นี่เลย

ประกันสุขภาพ อีกหนึ่งรูปแบบของการกระจายความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยต่างๆ ในปัจจุบันที่มีการให้ความคุ้มครองจากบริษัทประกัน เมื่อเกิดโรคภัยต่างๆ ซึ่งต้องใช้ในส่วนของค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชย หรือ อาจถึงขึ้นสูญเสียชีวิต ประกันสุขภาพยิ่งขยับเข้ามาใกล้คนยุคใหม่มากยิ่งขึ้นเนื่องจากการเกิดโรคและการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และคนเริ่มที่จะเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ในเกณฑ์อายุที่ต่ำลงอีกด้วย

แต่ขึ้นชื่อว่าประกันหลายคนก็ยังคงจะมีการส่ายหน้าใส่ หรือ มีแนวคิดประมาณว่าถ้าเกิดทำประกันต่างๆสู้เวลาป่วยให้เก็บเงินค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย เก็บไว้เป็นค่ารักษาดีกว่าเยอะ แต่อย่าลืมนะครับว่าต้นทุนแต่ละคนมีไม่เท่ากัน คนส่วนมากซื้อประกันเนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยงในหลายๆ ส่วนที่อาจมีค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงที่เกิดขึ้นในอนาคตหากเจ็บป่วย เพราะค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งนั้นก็ไม่ได้ถูกไปเสียทีเดียว

1.ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ความเสี่ยงในเรื่องของสุขภาพหรือการเจ็บป่วยนั้นแต่ละคนมีไม่เท่ากันบางคน มีความเสี่ยงน้อยเนื่องจากร่างกายแข็งแรง และบิดามารดา หรือญาติไม่มีผู้ที่เป็นโรคร้ายแรง หรือ หากคุณมีญาติที่เคยมีอาการป่วยด้วยโรคต่างๆ ก็ควรเลือกทำประกันป้องกันไว้ เพราะหากป่วยแล้วทำประกันสุขภาพไม่ได้แล้วนะครับ อีกทั้งการเลือกประเมินความเสี่ยงยังจะช่วยเช็คได้อีกด้วยว่าตัวคุณเองมีความเสี่ยงในด้านใด เลือกประกันสุขภาพแบบไหนจึงจะครอบคลุม เนื่องจากบางบริษัทประกันจะมีข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป และหากคุณเป็นโรคที่ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองนั้นๆ บริษัทประกันก็ไม่สามารถจ่ายในส่วนของค่ารักษา และ เงินชดเชยต่างๆให้คุณได้ เนื่องจากเป็นโรคที่อยู่ในข้อยกเว้น หรือ อยู่เหนือความคุ้มครองที่ได้ทำไว้นั่นเอง

2.ความคุ้มครอง
ความคุ้มครองถือเป็นสิ่งที่สำคัญในทุกๆกรมธรรม์ ซึ่งความคุ้มครองในแต่ละกรมธรรม์นั้นก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งในส่วนของการเน้นค่ารักษาพยาบาล การเน้นค่าชดเชยรายได้ ต่างๆ โดยต้องคำถึงว่าการเจ็บป่วยในแต่ละครั้งนั้นมีค่าใช้จ่ายอะไรที่เกิดขึ้นบ้างอาทิ ค่าหมอ ค่ายา ค่าผ่านตัด หรือ ค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาในการรักษา และในปัจจุบันยังมีอีกหนึ่งทางเลือกคือประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่ไม่มีการจำกัดวงเงินค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย

3.ค่าเบี้ยประกัน
ค่าเบี้ยประกันสำหรับประกันสุขภาพนั้นอย่างที่ทราบกันว่าจะเป็นในส่วนของเรื่อง อายุ เพศ สุขภาพ และอาชีพของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาค่าเบี้ยประกันแต่รู้หรือไม่ครับว่าเบี้ยประกันสุขภาพที่เหมาะสมไม่ควรจ่ายเกิน 10-15% ของรายได้รวมตลอดทั้งปี อีกทั้งควรเลือกทำประกันไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะค่าเบี้ยและอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคนั้นจะมีน้อยกว่ามาก

4.เช็คสภาพการเงิน
สิ่งที่สำคัญในการเลือกทำประกันคือการประมาณรายจ่ายต่างๆของตัวเองบางคนอยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเลยเลือกทำทุกประกันแต่สภาพการเงินกลับไม่คล่องตัว ดังนั้นการเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพนั้นควรเลือกเช็คสภาพความคล่องตัวทางด้านการเงินของเราด้วยว่าเมื่อจ่ายค่าเบี้ยประกันต่างๆ ไปแล้วจะส่งผลต่อสภาพการเงินหลักหรือไม่ เพราะประกันสุขภาพมีทั้งในรูปแบบของการจ่ายเบี้ยระยะสั้นแบบปีต่อปี หลายคนที่ไม่ได้ใช้รักษาก็มักจะคิดว่าเป็นการจ่ายเบี้ยทิ้ง แต่อย่างไรก็การเลือกทำประกันสุขภาพไว้อุ่นใจในยามเจ็บป่วย และต้องไม่ส่งผลกรทบต่อการใช้จ่ายเราด้วยนะครับ

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ