ผู้ป่วยโรคเบาหวาน กับการออกกำลังกายที่แนะนำ

การออกกำลังกาย ถือเป็นยาวิเศษที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย แต่สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอกลายเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยชนิดของการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้มี 3 ประเภทก็คือ

ผู้ป่วยโรคเบาหวานกับการ ออกกำลังกาย ที่แนะนำ

1.การออกกำลังกายในแบบแอโรบิค

การออกกำลังกายแบบแอโรบิคคืออะไร การออกกำลังกายแบบแอโรบิค หรือ Aerobic Exercise หมายถึง การออกกำลังกายแบบที่ต้องใช้อากาศหรือออกซิเจน หรือก็คือต้องหายใจในขณะที่กำลังออกกำลังกายเพื่อนำเอาออกซิเจนไปเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

Aerobic หรือ แอโรบิค แอโรบิค เป็นการออกกำลังกายที่ มีการใช้พลังงานโดยอาศัยออกซิเจนในร่างกาย และส่วนใหญ่เป็นการออกกำลังหรือกิจกรรมที่ไม่รุนแรงมากแต่มีความต่อเนื่อง เช่น การเดินวิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน กระโดดเชือก เล่นเทนนิส ปีนเขา พายเรือ หรือง่ายๆ คือ เต้นแอโรบิค เป็นต้น แอโรบิคจึงเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง หรือคล้ายที่เราเรียกกันว่าการ “คาร์ดิโอ” นั่นเอง แอโรบิคเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ไม่หนักมาก ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิคอัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ประมาณ 60-80 เปอร์เซนต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด เพราะฉะนั้นร่างกายจะใช้พลังงานจากไขมันสะสมและคาร์โบไฮเดรต และต้องใช้ออกซิเจนเป็นตัวช่วยแปรสภาพไขมันให้เป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายได้มีการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน เป็นการออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ดี อีกทั้งหัวใจจะสูบฉีดเลือดได้ดี สร้างความทนทานให้กับร่างกาย ยิ่งถ้าหมั่นออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Anaerobic หรือ แอนแอโรบิค แอนแอโรบิค จะเป็นการออกกำลังกายที่มีการใช้พลังงานโดยที่ไม่อาศัยออกซิเจน แต่อาศัยสารเคมีในร่างกายแทน เป็นการออกกำลังหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากเช่น การยกเวท ปั่นหรือวิ่งเร็วในระยะสั้น หรือ HIIT เป็นการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และให้สามารถออกแรงได้มากในชั่วระยะเวลาสั้นๆได้ดี การออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิคนั้นอัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ประมาณ 80-92 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด ซึ่งแอนแอโรบิคจะใช้แหล่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นหลักเพราะเปลี่ยนมาเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการออกกำลังที่ไม่ใช้ออกซิเจน ดังนั้น จะทำให้ไม่สามารถแปรสภาพไขมันให้เป็นพลังงานได้ แต่ข้อดีคือหลังจากการออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายจะยังเผาผลาญพลังงานต่อไปอีกระยะหนึ่ง หรือ ที่เรียกกันว่า “After Burn Effect” โดยสภาวะนี้จำทำให้ร่างกายได้ดึงไขมันเปลี่ยนออกมาใช้พลังงานแทน

การออกกำลังกายแบบแอโรบิคมีอะไรบ้าง การออกกำลังกายแบบแอโรบิคได้แก่ การวิ่งระยะไกล ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน การเดินเร็ว ปีนเขา การเต้น การกระโดดเชือก และอื่นๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการออกกำลังกายและทำให้ต้องหายใจเข้าเยอะล้วนเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค

2.การออกกำลังกายแบบฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

(strength training) หรือการเล่นเวทเทรนนิ่ง หรือเล่นกล้าม  คือการออกกำลังกายที่มุ่งเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแร็งของกล้ามเนื้อ โดยวิธีทำให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงด้วยท่าออกกำลังกายแบบต่าง

อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรศึกษาทำความเข้าใจกับวิธีการเล่นเวทให้ดีก่อน เพื่อจะได้ไม่เกิดความผิดพลาดที่อาจเกิดการบาดเจ็บระหว่างออกกำลังกาย

3.การออกกำลังกายที่เสริมเรื่องการทรงตัว เพราะต้องชดเชยให้กับระบบประสาทที่จะเสื่อมไปจากโรคนี้

สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ได้แก่

1.การฝึกสมดุลขณะอยู่กับที่  อาทิ การยืนบนกระดานโค้ง ,ยืนบนโฟมทรงกระบอก,ยืนตคตรงบนขาข้างเดียวบนแทรมโพลีน หรือ ยืนตรงบนขาข้างเดียวพร้อมกับก้มตัวไปข้างหน้า

2.การฝึกสมดุลขณะที่มีการเคลื่อนไหว  เช่นการเดิน การนั่ง การยืน การยกของ หรือจะเล่นโยคะก็เป็นทางเลือกที่เจ๋งมากๆค่ะ

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้จัดสรรเวลาในการออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง มีงานวิจัยที่ติดตามกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน และโรคอ้วนในประเทศออสเตรเลียจำนวน 8,000 คน นาน 78 เดือน พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ใช้เวลาหมดไปแต่ละวันด้วยการนั่งดูทีวี ไม่ค่อยจะขยับเขยื้อนร่างกายจะเสี่ยงเสียชีวิตจากการขาดเลือดมากขึ้น

ข้อดีสำหรับการออกกำลังกายเป็นประจำในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานก็คือ ช่วยลดระดับความดันโลหิตและไขมันในกระแสเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ช่วยควบคุมน้ำหนักในอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้น และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

แต่ถึงอย่างไรการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานจะต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ที่สำคัญควรตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อจัดโปรแกรมการออกกำลังกาย ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไปก่อนการออกกำลังกาย

นอกจากนี้จะต้องรู้วิธีป้องกัน และแก้ไขภาวะน้ำตาลต่ำ เมื่อออกกำลังกาย ไม่เพียงเท่านั้นต้องตรวจดูสภาพเท้าก่อนและหลัง การออกกำลังกายทุกครั้ง และต้องไม่ลืมที่จะใส่รองเท้าให้เหมาะสมเวลาออกกำลังกายด้วยนะคะ

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ