ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นภาวะทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อหัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไปหรือไม่สม่ำเสมอ หัวใจที่แข็งแรงโดยปกติจะเต้นเป็นจังหวะคงที่เพื่อสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสัญญาณไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจถูกรบกวน หัวใจอาจสูญเสียจังหวะการเต้นปกติ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นหนึ่งในภาวะทางระบบหัวใจที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกครับ เพราะบางครั้งก็มาแบบเงียบๆ ไม่มีอาการ แต่บางทีก็น่ากลัวจนทำให้ใจหายแวบได้เลยทีเดียว ในขณะที่บางกรณีไม่เป็นอันตราย แต่บางกรณีอาจร้ายแรงและต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ทันที

อะไรเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ?
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นเมื่อระบบไฟฟ้าของหัวใจทำงานไม่ปกติ ปัจจัยหลายอย่างสามารถทำให้เกิดภาวะนี้ได้ รวมถึงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป โรคเบาหวาน และยาบางชนิด ในบางกรณี ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดขึ้นเนื่องจากความไม่สมดุลของอิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย เช่น ระดับโพแทสเซียมหรือโซเดียมที่ผิดปกติ พันธุกรรมก็มีบทบาทเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบุคคลที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

อาการทั่วไป

อาการของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของภาวะนั้น บางคนอาจไม่สังเกตเห็นอาการใดๆ เลย ในขณะที่บางคนอาจมีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน อาการทั่วไป ได้แก่:

หัวใจเต้นเร็วหรือรู้สึกเหมือนหัวใจกระพือ
หัวใจเต้นเร็ว
หัวใจเต้นช้า
รู้สึกไม่สบายหน้าอก
หายใจไม่ออก
เวียนศีรษะหรือหน้ามืด
อ่อนเพลียและอ่อนแรง
เป็นลมหรือเกือบเป็นลม

หากอาการรุนแรงหรือเกิดขึ้นบ่อย ควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ประเภทของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลายประเภท ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:

หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia)

ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ โดยทั่วไปมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที อาจทำให้เวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่ออก

หัวใจเต้นช้า (Bradycardia)

หัวใจเต้นช้า หมายถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้า โดยทั่วไปต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาที ในนักกีฬาบางคน อัตราการเต้นของหัวใจที่ช้าอาจเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางคนอาจนำไปสู่ความอ่อนเพลียหรือเป็นลมได้

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation)

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า AFib เป็นหนึ่งในภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ร้ายแรงและพบได้บ่อยที่สุด ห้องหัวใจส่วนบนเต้นไม่สม่ำเสมอ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและภาวะหัวใจล้มเหลว

ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ
ภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อห้องหัวใจส่วนล่าง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
การวินิจฉัยและการรักษา
แพทย์ใช้วิธีการหลายวิธีในการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจร่างกาย การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) การตรวจติดตามหัวใจแบบ Holter การตรวจเลือด การทดสอบความเครียด และการสแกนภาพ การวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะหัวใจหยุดเต้น

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของอาการ กรณีที่ไม่รุนแรงอาจต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเท่านั้น ในขณะที่กรณีที่รุนแรงกว่าอาจต้องใช้ยาหรือการรักษาทางการแพทย์ ตัวเลือกการรักษาทั่วไป ได้แก่:

ยาต้านภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
การฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ
การจี้ด้วยสายสวน
การกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้า
เครื่องกระตุ้นหัวใจและเครื่องช็อกไฟฟ้าแบบฝัง (ICD)
แพทย์ยังแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาสุขภาพที่ดีเพื่อส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

เคล็ดลับการป้องกันและวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี
แม้ว่าภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะทุกชนิดจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่การเลือกวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมาก นิสัยที่เป็นประโยชน์ ได้แก่:
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารที่สมดุล
จำกัดการบริโภคคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
จัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ
ควบคุมความดันโลหิตและเบาหวาน
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
การรักษาวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีไม่เพียงแต่ช่วยบำรุงหัวใจเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมอีกด้วย

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นภาวะที่ส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ และอาจมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงเป็นอันตรายถึงชีวิต การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ และการเข้ารับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ด้วยการวินิจฉัยที่แม่นยำ ตัวเลือกการรักษาที่ทันสมัย ​​และพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในชีวิตประจำวัน ผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลายคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างกระฉับกระเฉงและมีสุขภาพดีต่อไปได้ การทำความเข้าใจภาวะนี้เป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องสุขภาพหัวใจในระยะยาว