โรคกล้ามเนื้อหัวใจเป็นกลุ่มโรคที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขยายใหญ่ขึ้น หนาขึ้น แข็งหรืออ่อนแอลง ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ บางชนิดอาจค่อยๆ พัฒนาและมีอาการเพียงเล็กน้อยในระยะเริ่มต้น ในขณะที่บางชนิดอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ โรคกล้ามเนื้อหัวใจรวมถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
มักส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือด โดยอาการที่พบบ่อยสามารถสังเกตได้ดังนี้
แน่นหรือเจ็บหน้าอก: รู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับบริเวณกลางหน้าอกหรืออกข้างซ้าย บางรายอาจมีอาการเจ็บร้าวไปถึงคอ กราม ไหล่หรือแขนซ้าย
เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก: รู้สึกเหนื่อยหอบผิดปกติแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย เช่น เดินขึ้นบันได หรือในกรณีที่อาการรุนแรง อาจมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่สะดวกแม้ขณะพัก หรือเมื่อนอนราบ
ขา เท้า หรือข้อเท้าบวม: เกิดจากการสูบฉีดเลือดของหัวใจลดลง ทำให้มีน้ำคั่งในร่างกาย
หัวใจเต้นผิดจังหวะ: รู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เต้นเว้นจังหวะ หรือเต้นรัว
เวียนศีรษะ หน้ามืด: มีอาการหน้ามืด วูบ หรือคล้ายจะเป็นลมบ่อยๆ เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ
อ่อนเพลียเรื้อรัง: รู้สึกหมดแรง ไม่มีพลัง ทำกิจกรรมประจำวันได้ลดลง
ข้อควรระวัง: หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจไม่ออก วูบหมดสติ หรือใจสั่นรุนแรง ให้รีบเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลวหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา โรคกล้ามเนื้อหัวใจบางชนิดอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ ลิ่มเลือด หรือปัญหาหัวใจร้ายแรงอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ และการรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยจัดการอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้
เมื่อใดควรไปพบแพทย์?
อาการหายใจไม่ออกอย่างต่อเนื่อง อาการบวมที่ไม่ทราบสาเหตุ อาการแน่นหน้าอกซ้ำๆ เป็นลม หรือหัวใจเต้นผิดปกติไม่ควรละเลย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นใหม่ แย่ลง หรือเกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมทางกาย
สำคัญ: อาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงหรือฉับพลัน หายใจลำบากอย่างมาก เป็นลม หรืออาการที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะหัวใจวาย จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ฉุกเฉิน
การตรวจสุขภาพเป็นประจำสามารถช่วยระบุปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หากสงสัยว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ การตรวจเลือด หรือการถ่ายภาพหัวใจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
การเข้าใจสัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลสุขภาพหัวใจ การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากในการจัดการกับภาวะนี้และรักษาคุณภาพชีวิต
