ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นเมื่อหัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นในจังหวะที่ผิดปกติ ซึ่งอาจแสดงอาการได้หลายระดับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางอย่างอาจไม่เป็นอันตรายและไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆที่สังเกตได้ ในขณะที่บางอย่างอาจส่งผลต่อความสามารถของหัวใจในการสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพและอาจต้องได้รับการตรวจจากแพทย์
โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะคือภาวะที่ระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจทำงานผิดปกติ ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ซึ่งอาจแสดงอาการได้หลายระดับตั้งแต่ไม่รู้สึกอะไรเลยไปจนถึงขั้นรุนแรง
อาการที่พบได้บ่อย
ใจสั่น หัวใจเต้นแรง หรือรัว: รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นรัว กระตุก เต้นข้ามจังหวะ หรือรัวเหมือนตีสแนร์
หน้ามืด เวียนศีรษะ: รู้สึกโคลงเคลง สับสน วูบ หรือคล้ายจะเป็นลมบ่อยๆ
เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม: รู้สึกเพลียหรือเหนื่อยผิดปกติแม้ทำกิจกรรมเบาๆ ที่เคยทำได้
แน่นหน้าอก: รู้สึกอึดอัด กดทับ หรือเจ็บเกร็งบริเวณหน้าอก
อาการอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
สังเกตสัญญาณวิกฤต: หากมีอาการวูบหมดสติ (Syncope), เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงเหมือนมีของหนักทับ, หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หรือมีอาการอัมพฤกษ์อัมพาตครึ่งซีกร่วมด้วย ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
อาการทั่วไปของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
อาการอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ สัญญาณเตือนทั่วไป ได้แก่:
หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ: คุณอาจรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว แรง เต้นกระพือ หรือเต้นข้ามจังหวะ
เวียนศีรษะหรือหน้ามืด: จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติอาจลดการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองชั่วคราว
หายใจถี่: บางคนอาจมีอาการหายใจลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการออกกำลังกาย
รู้สึกแน่นหน้าอก: บางครั้งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจมาพร้อมกับความรู้สึกกดดัน แน่น หรือรู้สึกไม่สบายในหน้าอก
ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย: จังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติสามารถลดประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติ
เป็นลมหรือเกือบเป็นลม: ความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างรุนแรงอาจทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราว
ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง: กิจกรรมที่เคยทำได้ง่ายอาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าหรือหายใจไม่ออกอย่างกะทันหัน
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
โรคประจำตัว: ความดันโลหิตสูง, หลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคไทรอยด์ หรือเบาหวาน
พฤติกรรมไลฟ์สไตล์: ความเครียดสะสม, พักผ่อนน้อย, การดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่จัด
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
อาการใจสั่นเป็นครั้งคราวไม่ได้บ่งบอกถึงปัญหาที่ร้ายแรงเสมอไป อย่างไรก็ตาม อาการที่เกิดขึ้นใหม่ บ่อยครั้ง ต่อเนื่อง หรือรุนแรงขึ้น ควรได้รับการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) และการทดสอบอื่นๆ อาจใช้เพื่อตรวจสอบว่ามีจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติหรือไม่
หากหัวใจเต้นผิดปกติร่วมกับอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจลำบากอย่างมาก เป็นลม หรืออาการรุนแรงอื่นๆ ควรไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที
ดูแลหัวใจของคุณ
การรักษาวิถีชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาพหัวใจสามารถช่วยสนับสนุนสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด การรับประทานอาหารที่สมดุล การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับอย่างเพียงพอ การงดสูบบุหรี่ การจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์และคาเฟอีน และการจัดการความเครียดเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วหรือมีอาการใจสั่นซ้ำๆ ควรปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
การรู้จักอาการของภาวะหัวใจเต้นผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญ เพราะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางอย่างไม่เป็นอันตราย ในขณะที่บางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง หากคุณสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติหรือเกิดขึ้นซ้ำๆ ในจังหวะการเต้นของหัวใจ การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่เหมาะสมเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
