โรคตับอ่อนอักเสบสัญญาณเตือนล่วงหน้าและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ โรคที่คุณควรรู้จัก

โรคตับอ่อนอักเสบเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ส่งผลกระทบต่อตับอ่อน ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายมนุษย์ แม้ว่าอาจจะไม่เป็นที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลายเท่าโรคหัวใจหรือโรคเบาหวาน แต่โรคตับอ่อนอักเสบก็อาจร้ายแรงและในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การทำความเข้าใจโรคนี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถสังเกตสัญญาณเตือนล่วงหน้าและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

ตับอ่อนอักเสบเป็นโรคที่อันตรายและทรมานกว่าที่หลายคนคิด เพราะตับอ่อนมีหน้าที่สำคัญทั้งการสร้างน้ำย่อยเพื่อย่อยอาหาร และการสร้างฮอร์โมนอินซูลินเพื่อคุมน้ำตาล เมื่อเกิดการอักเสบขึ้นมา จึงส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายอย่างรุนแรง

ตับอ่อนคืออะไร?
ตับอ่อนเป็นต่อมที่อยู่ด้านหลังกระเพาะอาหาร มีบทบาทสำคัญสองประการ:
หน้าที่การย่อยอาหาร – ผลิตเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต
การทำงานของฮอร์โมน – การปล่อยฮอร์โมน เช่น อินซูลินและกลูคากอน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เมื่อตับอ่อนเกิดการอักเสบ การทำงานเหล่านี้อาจหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบ

โรคตับอ่อนอักเสบคืออะไร?
ตับอ่อนอักเสบ คือภาวะอักเสบของตับอ่อน เกิดขึ้นเมื่อเอนไซม์ย่อยอาหารทำงานภายในตับอ่อนแทนที่จะอยู่ในลำไส้เล็ก ทำให้ตับอ่อนย่อยตัวเอง ส่งผลให้เกิดการอักเสบ บวมและเนื้อเยื่อตับอ่อนเสียหาย

โรคตับอ่อนอักเสบมีสองประเภทหลัก ได้แก่:
ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน – เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและอาจคงอยู่เพียงไม่กี่วัน
โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง – เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปและคงอยู่นาน มักก่อให้เกิดความเสียหายถาวร

สาเหตุของตับอ่อนอักเสบ
ปัจจัยหลายอย่างสามารถกระตุ้นให้เกิดตับอ่อนอักเสบได้ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
นิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งอาจอุดตันทางเดินของตับอ่อน
การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
ยาบางชนิด
การบาดเจ็บหรือการกระทบกระเทือนบริเวณช่องท้อง
การติดเชื้อ
ปัจจัยทางพันธุกรรม
ในบางกรณี ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้

อาการทั่วไป
อาการของตับอ่อนอักเสบอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง แต่โดยทั่วไปมักมีอาการดังต่อไปนี้:
อาการปวดท้องส่วนบนอย่างรุนแรง ซึ่งอาจลามไปถึงหลังได้
อาการคลื่นไส้และอาเจียน
ไข้
หัวใจเต้นเร็ว

อาการปวดท้อง
น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ (พบได้บ่อยในผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง)
ปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร เช่น อุจจาระมันเยิ้มหรือมีกลิ่นเหม็น
ไม่ควรละเลยอาการเหล่านี้ เนื่องจากตับอ่อนอักเสบอาจทรุดลงอย่างรวดเร็วหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

การวินิจฉัย
โดยทั่วไป แพทย์จะวินิจฉัยโรคตับอ่อนอักเสบโดยใช้เกณฑ์ต่อไปนี้ร่วมกัน:
การตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบระดับเอนไซม์
การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ เช่น อัลตราซาวนด์, ซีทีสแกน หรือเอ็มอาร์ไอ
ประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกาย
การวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ทางเลือกในการรักษา
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของตับอ่อนอักเสบ แนวทางการรักษาทั่วไป ได้แก่:
การอดอาหารเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อให้ตับอ่อนได้พักผ่อน
การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

การจัดการความเจ็บปวด
การสนับสนุนด้านโภชนาการ
การรักษาที่ต้นเหตุ เช่น การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต
โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังอาจต้องได้รับการดูแลรักษาในระยะยาว รวมถึงการเสริมเอนไซม์และการปรับเปลี่ยนอาหาร
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา โรคตับอ่อนอักเสบอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ เช่น:

การติดเชื้อ
โรคเบาหวานที่เกิดจากความเสียหายของเซลล์ที่สร้างอินซูลิน
ภาวะทุโภชนาการ
ถุงน้ำเทียมในตับอ่อน
ภาวะอวัยวะล้มเหลวในกรณีรุนแรง

การป้องกันและการดูแลตนเอง
แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ทุกกรณี แต่การเลือกวิถีชีวิตบางอย่างสามารถลดความเสี่ยงได้:
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
รักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ
ควบคุมระดับไขมันในเลือด
งดสูบบุหรี่
ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง

โรคตับอ่อนอักเสบเป็นโรคที่ทุกคนควรตระหนักถึง การตรวจพบอาการตั้งแต่เนิ่นๆ และการได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีสามารถช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นอย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และกลยุทธ์การป้องกัน จะช่วยให้ผู้คนดูแลสุขภาพระบบย่อยอาหารของตนเองได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้