ซื้อประกัน แต่ละประเภท ควรจะคำนึงถึงอะไรบ้าง

ซื้อประกัน แต่ละประเภท ควรจะคำนึงถึงอะไรบ้าง การประกันสุขภาพ นั้นก็คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย

พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อมีการไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่ว่าจะเกิดจากการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยจะเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านั้นให้กับทางโรงพยาบาลแทนผู้เอาประกันภัย

ซื้อประกัน มีอะไรบ้าง ที่น่าสนใจ

ซึ่งประเภทของประกันสุขภาพนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ก็คือ 1) การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพหมู่ กับ 2) การประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล ซึ่งทั้ง 2 ประเภทจะให้ความคุ้มครองที่เหมือนกันคือ ให้ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าห้อง และค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการผ่าตัด เป็นต้น ทั้งนี้อัตราค่าเบี้ยประกันภัยในการทำประกันสุขภาพจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอายุของผู้ทำประกัน เพศ สุขภาพ อาชีพ การดำเนินชีวิต ซึ่งในการพิจารณาการรับประกันภัยของบริษัทต่างๆ ย่อมขึ้นอยู่กับสุขภาพ และอายุของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ

ซื้อประกันแต่ละประเภท ควรจะคำนึงถึงอะไรบ้าง

ก่อนจะซื้อประกันควรจะคำนึงถึงอะไรบ้าง

การซื้อประกันนั้นไม่ยากอย่างที่คิด แต่หากคุณไม่มั่นใจเรามีหลักการง่ายๆ ให้ลองพิจารณาดูก่อนค่ะ

ทบทวนตัวเอง: ลองทบทวนตัวเองดูก่อนว่าประกันแบบไหนจะเหมาะกับเราที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงบที่จะซื้อ ความคุ้มครองว่าคุ้มครองด้านไหนบ้าง ภาระด้านครอบครัว และสุขภาพโดยรวม

เลือกหาตัวแทนหรือบริษัทประกันที่ไว้ใจได้: การหาบริษัทประกันที่ไว้ใจได้และมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอย่าลืมว่าหากคุณ ควรจะลองทำการศึกษาเกี่ยวกับตัวแทนหรือบริษัทประกันนั้นๆ ไว้

แบบประกันแบบไหนที่ตรงใจเรา: ประกันสุขภาพนั้นมีหลากหลายแบบ ดังนั้นหากคุณทบทวนถึงสถานภาพทางการเงินและสุขภาพองค์รวมแล้วคุณสามารถลองดุแบบประกันได้ว่าแบบไหนเหมาะสุด

อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ในกรมธรรม์ก่อนซื้อ: หลายๆ ครั้งที่ผู้ซื้อประกันไม่ได้ศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ให้ดีก่อนซื้อจึงเกิดปัญหาเรื่องการคุ้มครองในภายหลัง เช่น กรมธรรม์ระบุระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง 30 วัน นับจากวันทำสัญญา ดังนั้น หากเจ็บป่วย แม้แพทย์วินิจฉัยให้นอนรักษาในโรงพยาบาล แต่เกิดภายในช่วง 30 วัน นับจากวันทำสัญญา ก็ยังไม่สามารถเคลมประกันได้ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขเกี่ยวกับ “โรคร้ายแรง” ที่ระบุในกรมธรรม์ด้วยว่า โรคร้ายแรงที่คุ้มครองหมายถึงโรคอะไรบ้าง

แต่ละโรคต้องมีอาการหรือขั้นของโรคนั้น ๆ อย่างไร ประกันบางแบบจะระบุในรายละเอียดว่า โรคมะเร็งที่จะเคลมได้นั้นต้องเป็นมะเร็งในระยะลุกลามเท่านั้น ดังนั้นหากตรวจเจอเซลล์มะเร็งหรือเป็นมะเร็งระยะไม่ลุกลามก็ยังเคลมไม่ได้ เป็นต้น เงื่อนไขเหล่านี้คุณควรศึกษาหรือปรึกษาตัวแทนประกันก่อนตัดสินใจทำประกัน หรือศึกษาให้ดีเมื่อได้รับกรมธรรม์ เพราะคุณมีสิทธิ์ที่จะขอยกเลิกกรมธรรม์ที่เพิ่งทำได้ ภายใน 15 วันนับตั้งแต่เซ็นเอกสารรับมอบกรมธรรม์จากบริษัท โดยบริษัทจะคืนเบี้ยที่ชำระมาแล้วให้ พร้อมหักค่าใช้จ่าย 500 บาท และค่าตรวจสุขภาพตามจริง (หากมี)

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ