ตรวจภายในตั้งแต่วัยสาว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด การตรวจภายใน (Per Vaginal Examination) คือ การตรวจดูอวัยวะภายในบริเวณอุ้งเชิงกรานของผู้หญิง ตั้งแต่ ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ท่อนำรังไข่ รังไข่ เพื่อตรวจหาความผิดปกติหรือโรคต่างๆในผู้หญิง เช่น สาเหตุของอาการปวดประจำเดือน การตกขาวที่ผิดปกติ แผลที่อวัยวะเพศ ตรวจหาภาวะมีบุตรยาก ช็อคโกแลตซีสต์ รวมไปถึงมะเร็งปากมดลูก

ตรวจภายในตั้งแต่วัยสาว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ผู้หญิงเราเริ่มตรวจภายในได้ตั้งแต่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป หรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว และสำหรับสาวโสดที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ก็ควรเข้ารับการตรวจภายในทุกปี เพื่อตรวจหามะเร็งปากมดลูก จริงๆแล้วสาวโสดมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้น้อย เพราะมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุมาจากการติดไวรัสเอชพีวี โดยร้อยละ 99.7 ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีโอกาสการติดไวรัสเอชพีวีได้จากทางอื่น เช่น การสัมผัส เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้คิดซะว่าการตรวจภายในเป็นเรื่องธรรมชาติ หากพบความผิดปกติจะได้รักษาทันเวลา
“เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปตรวจภายใน “

ก่อนเข้ารับการตรวจภายใน ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ยาเหน็บที่บริเวณอวัยวะเพศเป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง โดยผู้ที่มีประจำเดือนไม่สามารถเข้ารับการตรวจภายในได้ ก่อนตรวจ แพทย์จะมีการสอบถามซักประวัติคนไข้ เช่น เรื่องปัญหาสุขภาพทั่วไป อาการแพ้ยาต่างๆ ระยะเวลาในการมีประจำเดือน มามากน้อยแค่ไหน? มีอาการตกขาวผิดปกติและมีอาการคันที่อวัยวะเพศหรือไม่ มีอาการปวดประจำเดือนไหม? เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่? ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เพื่อประเมินอาการร่วมกับผลตรวจ โดยคุณสามารถทราบผลตรวจได้ภายในวันเดียว หรือในกรณีของผู้ที่เข้ารับตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีแปปสเมียร์ อาจใช้เวลา 1 สัปดาห์

การตรวจภายในใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 10-15 นาที โดยมีขั้นตอนดังนี้

-การตรวจดูอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกด้วยตาเปล่า (External Visual Exam) ในขั้นแรก ผู้เข้ารับการตรวจต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมชุดคลุม แล้วนอนลงบนเตียงตรวจขาหยั่ง แยกหัวเข่าออกทั้งสองข้าง เพื่อให้แพทย์เริ่มตรวจดูสภาพอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกด้วยตาเปล่าก่อน ว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ตรวจภายในตั้งแต่วัยสาว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

-การตรวจดูภายในช่องคลอดด้วยเครื่องมือสำหรับตรวจช่องคลอด (Internal Visual Exam) แพทย์ใช้เครื่องมือสำหรับตรวจช่องคลอด (Speculum) มีลักษณะคล้ายปากเป็ดอันเล็กๆ สอดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อขยายให้เห็นปากมดลูก ในบางรายที่มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear หรือ Pap Test) หรือที่เรียกกันว่า การตรวจแปปสเมียร์ แพทย์จะใช้

-อุปกรณ์เข้าไปป้ายเก็บตัวอย่างเซลล์ที่บริเวณปากมดลูกออกมาตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อค้นหามะเร็งปากมดลูก
การตรวจด้วยการใช้มือคลำที่หน้าท้องพร้อมกับการใช้นิ้วสอด (Bimanual Examination) แพทย์จะสวมถุงมือที่มีการเคลือบสารหล่อลื่น แล้วจึงใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อตรวจดูขนาดและตำแหน่งของมดลูก ตรวจหาความผิดปกติภายใน ตรวจหาก้อนเนื้อต่างๆ แพทย์อาจมีการตรวจทางทวารหนักด้วย เพื่อหาก้อนเนื้องอกหรือความผิดปกติภายในที่อาจเกิดขึ้น

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ