ทำประกันสุขภาพอย่างไรให้คุ้มค่า

ทำประกันสุขภาพอย่างไรให้คุ้มค่า เรายังอยากมีประกันสุขภาพตอนอายุมากๆ แต่คิดว่าจ่ายเบี้ยเองไม่ไหว เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ด้วยการวางแผนการลงทุนควบคู่ไปกับการทำประกันสุขภาพในปัจจุบันครับ ซึ่งจุดประสงค์ของการลงทุน ก็เพื่อสร้างกองทุนค่ารักษาพยาบาลตอนเราอายุมากๆ โดยให้เราถอนเงินจากพอร์ตการลงทุนนี้ของเรา มาจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันให้แทน (ใช้ทั้งเงินลงทุน และผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว มาช่วยจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ ทำให้ภาระในการจ่ายค่าเบี้ยประกันของเราลดลง)

หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่า ทำไมต้องทำประกันสุขภาพ? ยิ่งเราเองเป็นคนรักษาสุขภาพ แข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยต้องนอนโรงพยาบาลอยู่แล้ว โอกาสที่จะได้ใช้แทบไม่ค่อยมี แล้วจะจ่ายเบี้ยประกันแพงๆทิ้งไปทุกปีๆทำไม? เสียดายเงินเปล่าๆ

จริงอยู่ที่ถ้าเราเป็นคนที่แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เราคงจะมีโอกาสเจ็บป่วยหรือเข้าโรงพยาบาลน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีอะไรมาการันตีได้ว่า ตลอดชีวิตของเราจะไม่มีวันเกิดเรื่องร้ายแรงหรือเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะของแบบนี้ ไม่ต้องรอให้โอกาสเกิดขึ้นบ่อยๆหรอกครับ ขอแค่เกิด ”แจ็คพ็อต” ขึ้นแค่ครั้งเดียว บางทีก็อาจจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้การเงินเราเสียหายร้ายแรง ทรัพย์สินที่เคยมีอยู่ก็อาจจะหายไปจนหมด เงินเก็บเงินลงทุนต่างๆที่วางแผนไว้ว่าจะได้ใช้ในอนาคตก็อาจจะต้องถูกดึงมาใช้จนเหลือไม่พอ ทำให้เป้าหมายชีวิตและเป้าหมายการเงินต่างๆที่เคยวางไว้ต้องพังทลาย ร้ายแรงกว่านั้นอาจจะลามไปเดือดร้อนถึงทรัพย์สินของคนอื่นด้วย ถ้าทรัพย์สินที่มีอยู่ของเราไม่เพียงพอ แถมตอนนี้โอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆก็มีมากขึ้น เพราะนับวันก็ยิ่งจะมีโรคแปลกใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนเราไม่ทันระวังตัวอีกด้วย

นอกจากเรื่องความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงหลายชนิดแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่อง “ค่ารักษาพยาบาล” ที่นับวันก็จะยิ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ จากต้นทุนที่สูงขึ้นของนวัตกรรมทางการแพทย์ ทั้งยารักษา เครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีแพทย์ (นั่นคือสาเหตุว่าทำไมการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Healthcare จึงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี) ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า เงินเฟ้อเรื่องค่ารักษาพยาบาลโดยเฉลี่ยนั้นสูงถึงประมาณ 8% ต่อปี! (อาหารและข้าวของเครื่องใช้อยู่ที่ประมาณ 3% ต่อปี) หรือจากค่าห้องโรงพยาบาลชั้นนำประมาณ 7,000 บาทต่อคืนเมื่อ 10 ปีแล้ว กลายเป็นประมาณ 15,000 บาทต่อคืน ในปัจจุบัน! ไม่นับเรื่องค่ารักษาพยาบาลด้านอื่นๆอีก ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสมัยนี้ แม้ไม่ต้องเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง อย่างแค่ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือท้องเสียเข้าโรงพยาบาล นอนอยู่ไม่กี่คืน เช็คบิลออกมาก็อาจจะหมดไปเกือบแสนได้!

ครั้นจะประหยัดเงินค่ารักษาด้วยการใช้สวัสดิการที่มีอยู่ ไม่ว่าจากสิทธิ์ข้าราชการ จากบริษัท หรือจากรัฐบาล ในการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ก็ต้องเผชิญกับการรอคอยการต่อคิวที่ยาวเหยียด (เพราะต่างคนต่างก็ใช้สิทธิ์เบิกโรงพยาบาลรัฐกันเป็นจำนวนมาก) หากเจ็บป่วยร้ายแรงขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอเข้ารับการรักษาอีกนานแค่ไหน

พูดง่ายๆก็คือ ในปัจจุบัน ถ้าเราอยากจะได้รับการบริการที่ดี ไม่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรง (ที่นับวันจะยิ่งทวีความหลากหลายมากขึ้น) มากน้อยแค่ไหน เราก็มีความเสี่ยงที่จะเสียค่ารักษาแพงๆได้ไม่ต่างกัน

ถ้ารถที่เราขับ มีการทำประกันรถยนต์คุ้มครองกันแทบทุกคัน แต่คนที่ขับกลับไม่มีประกันอะไรคุ้มครองชีวิตและสุขภาพตัวเองเลย (รถชนจนต้องเข้าโรงพยาบาล รถเบิกค่าเสียหายได้ แต่เรากลับเบิกอะไรไม่ได้) มันคงเป็นเรื่องที่ฟังแล้วแปลกๆน่าดูนะ

Related posts