ประเภทของประกันสุขภาพและวิธีการเลือกซื้อ

ประเภทของประกันสุขภาพและวิธีการเลือกซื้อ การซื้อประกันสุขภาพ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ผู้เอาประกัน นับเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย อันเนื่องมาจากโอกาสที่จะเกิดการเจ็บป่วยเมื่อมีอายุมากขึ้นได้เป็นอย่างดี

ประเภทของประกันสุขภาพและวิธีการเลือกซื้อ

ประเภทของประกันสุขภาพ
1. ประกันแบบรายบุคคล
เป็นการประกันที่ทางบริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าชดเชย ในยามที่ผู้ซื้อ หรือผู้เอาประกันขาดรายได้เป็นวัน เพราะไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติ หรือจ่ายชดเชยในกรณีที่ต้องนอนในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคภัยหรือกรณีอุบัติเหตุเป็นบุคคลๆ ไป

2. ประกันแบบกลุ่ม
เป็นการทำประกันที่นายจ้างจัดเป็นสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง โดยจะออกกรมธรรม์ประกันภัยหลักเพียงฉบับเดียวแก่นายจ้างให้เป็นผู้ถือ และลูกจ้างเป็นผู้เอาประกันภัย

โดยลูกจ้างจะได้รับ ใบรับรองการเอาประกันหรือบัตรประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุไว้เป็นหลักฐานในการใช้สิทธิ์นั่นเอง

การคุ้มครองของประกันสุขภาพ
มักมีการรับประกันครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทดแทนดังนี้

ชดเชยค่าห้องพัก ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร รวมทั้งค่าบริการทางแพทย์ โดยครอบคลุมค่ารักษาฉุกเฉินในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
ชดเชยค่าผ่าตัดในกรณีที่ต้องผ่าตัด รวมทั้งค่าที่ปรึกษาทางการแพทย์
ค่าคลอดบุตร
ค่าทำฟัน ในกรณีที่ต้องได้รับการดูแลจากทันตแพทย์
ค่ารักษาในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก ไม่ว่าจะเป็นคลินิก หน่วยพยาบาลหรือในโรงพยาบาล
ค่าชดเชยจากการที่ต้องให้แพทย์และพยาบาลพิเศษมาดูแล
จ่ายค่าชดเชยเป็นรายวันเพราะสูญเสียรายได้ ในกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล
คุ้มครองในกรณีผู้เอาประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงต่อเนื่อง

ประเภทของประกันสุขภาพและวิธีการเลือกซื้อ

วิธีการเลือกซื้อประกันสุขภาพ
1. ต้องพิจารณาว่ามีสวัสดิการใดบ้าง
ต้องเข้าใจอีกอย่างหนึ่งว่า การประกันสุขภาพจะไม่ครอบคลุมในกรณีการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการเสริมความงาม การทำศัลยกรรมต่างๆ รวมทั้งการทำหมันหรือการลดความอ้วน เพื่อจะได้ทราบว่าเราควรเลือกซื้อตัวใดเพิ่มเติมถึงจะเหมาะกับผู้เอาประกัน

2. เลือกซื้อประกันที่แยกค่าใช้จ่ายระบุชัดเจน
ตัวอย่างเช่น ค่าห้อง ค่ารักษา วงเงินการผ่าตัด หรือค่าแพทย์ เพื่อจะได้ทราบค่าใช้จ่ายที่สามารถใช้ได้ในการนอนโรงพยาบาลแต่ละครั้ง หากใช้เกินไปกว่าวงเงินที่บริษัทประกันจ่าย ผู้เอาประกันจะต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่เหลือเอง

3. สามารถเลือกซื้อแบบเหมาจ่ายได้
เป็นการกำหนดว่า จะต้องนอนในห้องตามราคาที่ประกันจ่าย หากต้องการนอนห้องที่แพงกว่ากำหนด ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายส่วนต่างของค่าห้องเอง แต่ค่ารักษาพยาบาลเป็นการเหมาจ่าย บริษัทประกันจะต้องจ่ายชดเชยให้ทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นการประกันความเสี่ยงที่ค่อนข้างคุ้มค่าเช่นกัน

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ