อาการปวดหลังเชื่อว่าเป็นอาการฮิตที่เกิดขึ้นกับทุกคน เช่นบางคน ปวดหลังส่วนบน  ปวดหลังด้านข้างปวดหลังด้านข้าง  แต่คุณรู้หรือไม่ว่าอาการปวดหลังแบบใดที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณอาจเป็นโรคไต

อาการ ปวดหลัง เกิดจากอะไร ?

อาการปวดหลังโดยทั่วไปอาจเป็นอาการปวดหลังจากการนั่งมากเกินไป ยกของหนัก หรือออกกำลังกายมากเกินไป โดยอาการที่รู้สึกได้คือ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อตึง แต่ถ้าหากเป็นหนักจนรู้สึกว่าหลังขยับไม่ได้ หรือปวดร้าวไปจนถึงขาข้างใดข้างหนึ่ง อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนเคล็ดไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งจะต้องไปพบแพทย์ และการรักษาจะต้องให้สวมเสื้อดามหลัง และให้เข้ารับการทำกายภาพบำบัด ส่วนในรายที่อาการหนักมากอาจต้องผ่าตัด

แต่บางทีอาการปวดที่เราคิดว่าปวดหลัง หรือบางอาการที่ปวดหลังเรื้อรัง ก็ไม่ได้เป็นเพราะกล้ามเนื้อและกระดูกเสมอไป มีลักษณะอาการปวดหลังบางอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากโรคที่เกิดกับอวัยวะภายใน และจำเป็นต้องรีบเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

วิธีสังเกตุว่าเราอาการปวดหลังที่คุณเป็น เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตหรือไม่

-ปวดบริเวณบั้นเอวทั้งสองข้าง คุณมีความเสี่ยงจากกรวยไตอักเสบ  เราต้องมาทำความรู้จักกับตำแหน่งของไตเราก่อนว่าไตของคนเรามี  2 ข้าง โดยจะอยู่บริเวณด้านข้างบั้นเอว ดังนั้นหากเรามีหากเรามีอาการปวดหลังบริเวณบั้นเอว ที่บริเวณชายโครง ร้าวไปถึงท้องน้อย หัวหน่าว และที่อวัยวะเพศได้ บางคนก็ถึงขั้นปวดกระดูกและข้อ ซึ่งอาจเป็นเพราะมีการอุดตันที่ท่อไต กรวยไตอักเสบ หรือในท่อไตมีถุงน้ำโป่งพองก็ได้ แต่อาการปวดหลังก็สามารถวินิจฉัยได้หลายโรคเช่นกัน จึงต้องตรวจสอบอาการอื่นควบคู่ ๆ ไปด้วย ทั้งนี้ หากเรากดหลัง และทุบเบา ๆ แล้วมีอาการเจ็บ อาจแสดงว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง หรือไตอักเสบ ถ้ามีไข้สูงร่วมด้วยอาจเป็นสัญญาณของกรวยไตอักเสบติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน ซึ่งก็มีหลายโรคที่ทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรค SLE เป็นต้น

-ปวดหลังบริเวณบั้นเอวและชายโครงรวมทั้งมีอาการไข หนาวสั่นด้วย จากการติดเชื้ออักเสบของไตการติดเชื้ออักเสบของไต หรืออาจเป็นโรคกรวยไตอักเสบ สาเหตุเหล่านี้เกิดได้จากการทานน้ำในแต่ละวันน้อยเกินไป การอั้นปัสสาวะ

-ปวดเหนือบั้นเอวทั้งสองข้าง มีความเสี่ยงต่อไตติดเชื้อ หรือไตวายเรื้อรัง

หากมีอาการปวดเหนือบั้นเอวทั้งสองข้าง และเมื่อพบแพทย์แล้ว แพทย์อาจคลำพบก้อนบริเวณไต รวมถึงมีเลือดปนในปัสสาวะ มีความดันโลหิตสูง และมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย ในกรณีนี้เป็นสัญญาณบอกโรคถุงน้ำในไต ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

เมื่อมีถุงน้ำในไต ก็จะทำให้ไตทำงานได้น้อยลง เมื่อไตทำงานได้ลดลงส่งผลเสียต่อร่างกายเกิดโรคความดันโลหิตสูง ไตอาจติดเชื้อได้ง่ายและไตวายเรื้อรังจน ถึงไตหยุดทำงานถาวร และนอกจากปัญหาที่ไตแล้วยังทำให้เกิดถุงน้ำที่อื่นได้ด้วยเช่น ตับ ตับอ่อน รังไข่ อัณฑะ และเกิดหลอดเลือดสมองโป่งพองได้ด้วย

-ปวดเอว ปวดบริเวณข้างลำตัว และหลัง คุณอาจเป็นโรคนิ่วในไต

อาการปวดหลังบริเวณดังกล่าวจะมีลักษณะปวดแบบเสียดๆ หรือปวดบิดเป็นพักๆ  ซึ่งนอกจากปวดหลังลักษณะดังกล่าวแล้วหากคุณปัสสาวะบ่อย ปวดขณะปัสสาวะ และน้ำปัสสาวะน้อยผิดปกติ  หรือปัสสาะมีเลือดปน หรือมีสีน้ำตาลหรือสีชมพู  นอกจากนี้หาก มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีไข้หนาวสั่นด้วย คุณอาจเป็นนิ่วในไต

 

วิธีการป้องกันโรคที่เกี่ยวกับไต

-ควบคุมอาหาร ลดอาหารเค็ม เพื่อช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ทั้งยังเป็นการควบคุมความดัน

-ลดอาหารที่มีไขมันสูง

-งดสูบบุหรี่

-ดื่มน้ำเปล่าที่มีอุณหภูมิปกติมากๆ เพราะการดื่มน้ำไม่มีข้อห้ามใดๆ และดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการบำรุงไต ให้ทนทานต่อภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้

-หากเป็นเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

-หากเป็นโรคความดันสูงต้องคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติ

-หากเกิดจากยาที่รับประทาน ก็ต้องหยุดยา

-ควบคุมยาที่มีผลกับไต เลี่ยงการกินยาที่เราไม่ทราบสรรพคุณหรือว่ากินยาที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะพวกยาแก้ปวด หรือ ยาสมุนไพรเป็นระยะเวลานาน

-หากทราบว่าคุณมีอาการปวดหลังหรือมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกี่ยวกับไต ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษา

ทั้งนี้ หากคุณมาอาการปวดหลังที่เกี่ยวข้องกับโรคไตต้องรีบไปพบแพทย์ซึ่งเบื้องต้นแพทย์จะทำการรักษาแพทย์จะใช้ให้ยาฆ่าเชื้อและยาอื่น ๆ ตามแต่การวินิจฉัยโรค รวมถึงแนะให้ทานน้ำมาก ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการอั้นปัสสาวะ และเมื่อรักษาไตจนเป็นปกติดีแล้ว อาการปวดดังกล่าวก็จะหายไป

           สัญญาณปวดหลังอื่นๆที่ เตือนว่าคุณอาจกำลังป่วย

– อาการปวดหลังร่วมกับแขนขาชาไม่มีแรง

กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นไปได้ว่าไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ทางที่ดีควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการเอกซเรย์ตรวจดูกระดูกสันหลังและหาตำแหน่งที่บาดเจ็บ บางรายเพียงให้นอนพักรักษาตัวก็อาจหายจากอาการดังกล่าวได้ แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด

– ปวดหลังเรื้อรังนานเป็นแรมเดือนและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ

หากเป็นในคนอ้วน หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี อาจเกิดขึ้นเนื่องจากโรคไขข้ออักเสบ หรือกระดูกสันหลังสึกกร่อน การรักษาในกรณีนี้แพทย์จะให้ยาแก้ปวดมาทาน ให้รับการทำกายภาพบำบัด สวมเสื้อดามหลัง แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นคนอ้วนมากก็จะต้องให้ลดน้ำหนัก

หากใครที่กำลังมีอาการปวดหลังอยู่ให้รีบเช็กตัวเองด่วนนะคะ หรือหากไม่มั่นใจให้พบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย เพราะบางทีหากปล่อยให้ปวดเรื้อรังไปนานเข้า อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายให้ทรุดลงก็ได้ค่ะ

– อาการปวดหลังที่เกิดในสตรีมีครรภ์

อาจเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อยึดกระดูกหย่อนยาน การแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของทารก หรือมดลูกที่โตขึ้น กดทับเส้นประสาททำให้ปวดหลังจนร้าวไปถึงขาได้

แม้ว่าอาการปวดหลังแต่ละแบบจะเป็นตัวบ่งชี้แต่ละโรค อย่างไรก็ตามหากคุณได้รับทราบถึงลักษณะการปวดหลังที่บ่งชี้โรคได้โดโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับไต ที่มีความสำคัญมากๆในการขับของเสียออกจากร่างกาย เมื่อรู้ถึงวิธีแยกแยะอาการปวดหลังแล้วหวังว่าทุกคนจะสังเกตอาการปวดหลังของตนเอง

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ