วางแผนเลือกประกันสุขภาพ

วางแผนเลือกประกันสุขภาพ ในเวลาที่เคราะห์หามยามร้าย โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่เราสามารถวางแผนเตรียมรับมือกับเรื่องร้ายๆได้ ด้วยการย้อนกลับมามองดูที่ตัวเอง แล้วดูว่า หากวันนี้ เกิด… กับเรา เราจะสามารถที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้เพียงใด การเตรียมแผนรับมือกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องไม่มองข้าม วันนี้ลองมานั่งวิเคราะห์ดูครับ ว่าเราสามารถจัดการเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนกัน

เมื่อลองดูประกันสุขภาพแบบพื้นฐานกันไปแล้ว ทีนี้ก็ถึงคราวที่ต้องเริ่มควักเงินในกระเป๋าจ่ายเองกันบ้างแล้วครับลองมาดูกันดีกว่าว่าสัญญาประกันสุขภาพตัวไหนเป็นอย่างไรและน่าสนใจแค่ไหนในการวางแผนครับ

1. เราต้องรู้ก่อนว่า ประกันสุขภาพจะ “ไม่คุ้มครองโรคที่เราเป็นมาก่อนทำประกัน”
โรคอะไรที่เราเป็นอยู่แล้วจะเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ บางคนอาจจะคิดหัวหมอบอกว่าไม่รู้ว่าเป็นโรคมาก่อน แต่อย่าลืมว่าบริษัทประกันเค้าสามารถไปเช็คดูประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลได้นะ แล้วถ้าเค้าพบว่าเราเคยเป็นโรคนี้มาก่อน บริษัทประกันก็มีสิทธิปฏิเสธการจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้

2. ประกันสุขภาพจะไม่เริ่มคุ้มครองทันที
โดยทั่วไปประกันสุขภาพจะมี “ระยะเวลารอคอย” หลังจากทำประกัน ซึ่งในช่วงระยะเวลานี้ เราจะไม่สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ ในกรณีเจ็บป่วยทั่วไปจะมีระยะเวลารอคอย 30 วันนับจากวันที่กรมธรรม์มีผลบังคับใช้ หรือบางโรคอาจมีระยะเวลารอคอย 90-120 วัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาให้หายขาดยาก หรือมีค่ารักษาพยาบาลสูง เช่น มะเร็ง เนื้องอก นิ่ว เส้นเลือดขอด

เหตุผลที่ต้องมีระยะเวลารอคอย ก็เพราะว่าบริษัทประกันต้องการป้องกันความเสี่ยงที่จะมีคนที่รู้ว่าตัวเองป่วย แต่ยังไม่ยอมไปรักษา แต่ขอมาซื้อประกันก่อน แล้วค่อยไปรักษาเพื่อจะได้เบิกเงินจากประกันได้ ถ้าบริษัทประกันไม่มีระยะเวลารอคอย คนก็จะรอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยซื้อประกันกันหมด มันก็ไม่แฟร์กับบริษัทประกันจริงมั้ย

3. “เงื่อนไขประกันสุขภาพ” มียกเว้นไม่คุ้มครองโรคบางโรค
ไม่ว่าเราจะเคยเป็นมาก่อนหรือหลังทำประกัน พี่ทุยขอยกตัวอย่างค่ารักษาพยาบาลที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าไม่สามารถเคลมได้ คือ การรักษาเกี่ยวข้องกับความสวยความงาม เช่น รักษาสิว ฝ้า กระ เลเซอร์กำจัดขน การศัลยกรรมใบหน้าเพื่อความสวยงาม เป็นต้น การคลอดลูกและค่ารักษาอื่นๆเพื่อการมีบุตร การรักษาที่ไม่ใช่แพทย์แผนปัจจุบัน เช่น การฝังเข็ม การนวดกดจุด

4. การทำประกันสุขภาพต้องเปิดเผยข้อมูลตามความจริง
ปกติเวลาทำประกันสุขภาพ หากเราไม่ต้องตรวจสุขภาพ ในใบสมัคร เราจะต้องแถลงและให้คำรับรองเรื่องสุขภาพ ตรงส่วนนี้เราควรบอกตามความจริง ไม่ควรปิดบัง เช่น ปิดบังโรคที่ตัวเองเคยเป็นหรือเป็นอยู่ อย่าหลงเชื่อตัวแทนบางท่านที่บอกให้เราปิดบังไปก่อน ถ้าผ่านไป 2 ปีแล้วบริษัทประกันจะไม่สามารถยกเลิกประกันได้ พี่ทุยได้ยินมาแบบนี้บ่อยๆมากๆ ถ้าเราเกิดต้องรักษาโรคที่เราปิดบังมาจริงๆ แล้วบริษัทประกันสืบทราบทีหลังว่าเรามีการปกปิด ให้ข้อมูลเท็จ บริษัทประกันมีสิทธิบอกเลิกสัญญาประกันสุขภาพได้ตามกฎหมายอยู่ดีนะ

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ