สัญญาณอันตราย คุณมี “พยาธิในช่องคลอด” หรือไม่?

สัญญาณอันตราย คุณมี “พยาธิในช่องคลอด” หรือไม่? พยาธิในช่องคลอด เป็นอีกหนึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตกขาว ช่องคลอดมีกลิ่น รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หากปล่อยเนิ่นนานไม่รีบรับการรักษาอย่างถูกต้องและถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ สัญญาณเตือนพยาธิในช่องคลอด ที่คุณควรรู้ ให้มากขึ้นกันค่ะ

พยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
พยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตกขาวเยอะกว่าผิดปกติ ช่องคลอดมีกลิ่น รู้สึกคันที่อวัยวะเพศ และรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามพยาธิในช่องคลอดมักพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะคลอดลูกก่อนกำหนด

ประมาณ 70% ของคนที่เป็นพยาธิในช่องคลอด จะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ในตอนแรก ให้คุณสังเกตตนเอง หากมีอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่าเข้าข่ายต่อการเป็นพยาธิในช่องคลอด

ตกขาวเยอะผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น
ตกขาวมีสีเทาเหลือง หรือเขียว
รู้สึกคันที่อวัยวะเพศ
รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นพยาธิในช่องคลอดได้

สาเหตุของพยาธิในช่องคลอด เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวซึ่งเป็นปรสิตชนิดเล็ก ๆ แพร่เชื้อติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ (ไม่ทราบระยะฟักตัวระหว่างการติดเชื้อ แต่คาดว่าเชื้อจะฟักตัวตั้งแต่ 4 ถึง 28 วัน) โดยส่วนใหญ่มักพบในเพศหญิงที่มีอายุระหว่าง 14-49 ปี ติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูกหรือท่อปัสสาวะ รวมถึงผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังต่อไปนี้

มีคู่นอนหลายคน
มีประวัติติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย

วิธีการรักษาพยาธิในช่องคลอด
พยาธิในช่องคลอดสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แพทย์อาจแนะนำ ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) หรือยาทินิดาโซล (Tinidazole)

หมายเหตุ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังจากรับประทานยาเมโทรนิดาโซลในช่วง 24 ชั่วโมงแรก หรือหลังจากรับประทานยาทินิดาโซลในช่วง 72 ชั่วโมงแรก