อาการ “เบาหวานขึ้นตา” ที่อาจเสี่ยงต่อวัยเด็กและวัยทำงานมากยิ่งขึ้น

อาหารที่มีแป้ง รวมทั้งน้ำตาล มากเกินความจำเป็น แล้วขาดการบริหารร่างกาย บางทีอาจเป็นอีกสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดเบาหวานได้โดยไม่รู้สึกตัวรวมทั้งอาจมีโรคแฝงที่เกิดอันตรายได้ทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งดวงตา ซึ่งคนป่วยด้วยโรคเบาหวานได้โอกาสตาบอดมากยิ่งกว่าคนสามัญถึง 25 เท่าถ้าเกิดโรคเบาหวานขึ้นจอตา การรู้ทันเพื่อเตรียมรับมือแล้วก็คุ้มครองปกป้องก็เลยเกิดเรื่องที่ไม่สมควรไม่มีความสนใจ

โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งสามารถพบมากในทุกเพศทุกวัย ซึ่งมักพบน้อยแตกต่าง ขึ้นกับจำพวกของเบาหวาน ในตอนนี้เจอคนเป็นโรคเบาหวานในเด็กมากขึ้นเรื่อยๆเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับโรคอ้วนที่มากขึ้นในเด็ก โดยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นจำพวกที่พบได้ทั่วไปที่สุด พบได้บ่อยในคนแก่กว่า 40 ปี ส่วนโรคเบาหวานจำพวกที่ 1 พบได้ทั่วไปในเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี แต่ว่าในวัยรุ่นก็เจอได้เหมือนกัน 

ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากการกินอาหารที่มีแป้งรวมทั้งน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ขาดการบริหารร่างกาย เนื่องจากเด็กชอบมีความประพฤตินั่งอยู่จอทีวีหรือคอมพิวเตอร์ แทนการวิ่งเล่นหรือเล่นกีฬาเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จะก่อให้กำเนิดความไม่ปกติของเส้นโลหิตซึ่งมีผลต่ออวัยวะต่างๆทั่วร่างกายรวมทั้งดวงตา อย่างเช่น กล้ามเนื้อตา เลนส์ตา ขั้วประสาทตา เส้นประสาทตา และก็เรตินา ที่สามารถได้รับผลพวงจากโรคเบาหวานทั้งหมด ซึ่งสภาวะโรคเบาหวานขึ้นตาเป็นต้นเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้สูญเสียการมองมองเห็น

โรคเบาหวานขึ้นตา คืออะไร

เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการหรูหราน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน นำมาซึ่งการทำให้เส้นเลือดที่เรตินา (Retina) ได้รับความเสื่อมโทรม โดยมี 2 สภาวะหลักที่ทำให้การมองมองเห็นห่วยลง…

  • เกิดจุดช้ำ ภาพชัดบวมน้ำ : เกิดขึ้นเมื่อมีการรั่วของสารน้ำแล้วก็โปรตีนจากเส้นโลหิตรอบๆจุดภาพชัดซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับในการเห็นศูนย์กลาง ทำให้จุดภาพชัดครึ้มตัวรวมทั้งบวมขึ้นก่อกวนการมองมองเห็นศูนย์กลางและก็บางทีอาจเห็นภาพบิดเบี้ยว
  • หลอดเลือดเกิดใหม่ : เกิดขึ้นเมื่อเส้นโลหิตที่จอตาถูกทำลายจากโรคเบาหวานจนถึงเลือดไม่อาจจะไหลเวียนได้ตามธรรมดา ทำให้จอตาขาดเลือดแล้วก็ออกซิเจนกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการผลิตเส้นเลือดใหม่ขึ้นมาชดเชย ซึ่งเส้นโลหิตที่ผลิตขึ้นใหม่กลุ่มนี้บางทีอาจมิได้ปรับปรุงอย่างเหมาะควร มีฝาผนังไม่แข็งแรง เปราะแตกฉีกให้ขาดได้ง่าย มีเลือดไหลในวุ้นตา กำเนิดพังผืดดึงรั้งจอตา ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เรตินาลอก (Retinal detachment) ตามมา และก็อาจจะเป็นผลให้สูญเสียการมองมองเห็นอย่างยั่งยืนได้

สำหรับ เส้นเลือดงอกใหม่ที่ม่านตา (Neovascularization of the iris) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานขึ้นตาที่จอตามีการขาดเลือดรวมทั้งออกซิเจนอย่างหนัก เส้นโลหิตงอกใหม่รอบๆม่านตาสามารถอุดกันการระบายน้ำออกมาจากตา ทำให้ความดันตาสูงมากขึ้นอย่างกระทันหัน เรียกภาวการณ์นี้ว่า ต้อหินประเภทมีเส้นโลหิตผลิออกใหม่ (Neovascular glaucoma) ซึ่งเป็นต้อหินจำพวกร้ายแรงนำไปสู่การปวดตามากจากความดันตาที่ขึ้นสูงรวมทั้งรักษายาก มักไม่ค่อยสนองตอบต่อการดูแลและรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียวอย่างกับต้อหินประเภทอื่นๆจึงควรรักษาโรคเบาหวานขึ้นตาร่วมด้วย

นอกจากนั้น ต้อกระจก (Cataract) ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการมองเห็นที่น้อยลง พบได้ทั่วไปในคนที่กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวานโดยช่วงเวลาสำหรับการเป็นโรคเบาหวานและก็การควบคุมระดับน้ำตาลเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ที่กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวานเป็นต้อกระจกเร็วขึ้นกว่าคนธรรมดา ในระยะเริ่มต้นบางทีอาจปรับปรุงสายตาด้วยการใส่แว่น การผ่าตัดรักษาต้อกระจกจะทำเมื่อการมองมองเห็นห่วยแตกลงหรือต้อกระจกบังการตรวจเรตินารวมทั้งรักษาโรคเบาหวานขึ้นตา

 

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ