เข้าใจถึงสมุนไพรไทยคุณและโทษ ที่ควรค่าแก่การรู้

สมุนไพร ถือว่าเป็นยาที่ได้มาจากพืช ธาตุ สัตว์ ซึ่งสามารถเอาไปใช้เพื่อบำรุงร่างกายรวมทั้งรักษาโรค โดยบางทีอาจอยู่ในลักษณะของของกินยาแผนโบราณ หรืออาหารเสริม ที่บางทีอาจสามารถช่วยทุเลาอาการอักเสบ ชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ เสริมสุขภาพหัวใจ บางทีอาจลดการเสี่ยงโรคมะเร็ง สมุนไพรแต่ละประเภทมีประโยชน์ วิธีการใช้ รวมทั้งจำนวนสำหรับการใช้ที่ต่างกัน ถ้าหากใช้อย่างไม่ถูกแนวทางหรือใช้ในจำนวนที่มากเหลือเกินบางทีอาจทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อสุขภาพได้

ต้องยอมรับเลยว่า สมุนไพร แต่ละประเภทมีคุณประโยชน์ที่แตกต่าง บางทีอาจช่วยรักษาโรค ทุเลาอาการ หรือใช้สำหรับบำรุงร่างกาย สมุนไพรที่นิยมใช้ในครอบครัว ดังต่อไปนี้

1.ขมิ้นชัน เป็นเครื่องเทศที่เป็นแหล่งของเคอร์คูไม่น (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยทุเลาอาการอักเสบ จากการค้นคว้าวิจัยในนิตยสาร Traditional and Complementary Medicine ฮอลล์แลนด์ ปี พุทธศักราช 2560 บอกว่า สารเคอร์คูมินอาจช่วยทุเลาลักษณะของการปวด ต้านทานการอักเสบ และก็การกินขมิ้นบางทีอาจช่วยคุ้มครองหรือชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

 

2.พริกแห้ง พริกสด พริกผง เป็นแหล่งแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งบางทีอาจช่วยเพิ่มการเผา ทำให้การไหลเวียนของโลหิตดียิ่งขึ้น จากงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยในนิตยสาร Open Heart อังกฤษ ปี พุทธศักราช 2558 กล่าวว่า แคปไซซินบางทีอาจช่วยปรับให้ปรุงสุขภาพหัวใจ รีบการเผาไหม้ แล้วก็บางทีอาจช่วยลดไขมันท้อง ลดความต้องการของกินได้

 

3.อบเชย มีแคลอรี่ต่ำมากมาย บางทีอาจช่วยต่อต้านการอักเสบจากสารอนุมูลอิสระแล้วก็ช่วยต่อสู้กับแบคทีเรีย รวมทั้งจากงานศึกษาวิจัยในนิตยสาร Pharmacognosy Research ปี พ.ศ. 2558 กล่าวว่า อบเชย บางทีอาจช่วยลดปริมาณน้ำตาลภายในเลือดในคนป่วยโรคเบาหวานหรือมีลักษณะท่าทางที่จะเป็นโรคนี้

 

4.กระวาน มีธาตุสูง ตัวอย่างเช่น แมกนีเซียม สังกะสี บางทีอาจช่วยทุเลาอาการท้องไส้ป่วนปั่น และก็จากการค้นคว้าในนิตยสาร Lipids in Health and Disease อังกฤษ ปี พุทธศักราช 2560 กล่าวว่า กระวานมีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายประเภท อย่างเช่น ฟีนอล (Phenol) เควอสิทิน (Quercetin) เรสเวอราทรอคอยล (Resveratrol) ที่บางทีอาจช่วยต้านทานการอักเสบ ท้องผูก ท้องร่วง อาการจุกเสียด โรคลมหวน โรคหัวใจแล้วก็เส้นโลหิต

 

5.กระเทียม เป็นแหล่งของอัลลิซิน (Allicin) ที่บางทีอาจลดช่องทางกำเนิดโรคหัวใจ แล้วก็จากงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยในนิตยสาร BMC Cardiovascular Disorders ปี พุทธศักราช2551 พบว่า การกินกระเทียมเสมอๆบางทีอาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมทั้งลดระดับความดันเลือด ซึ่งลดการเสี่ยงโรคหัวใจรวมทั้งเส้นเลือด

 

6.ขิง บางทีอาจช่วยทุเลาอาการท้องอืดและก็ทุเลาอาการอาเจียน จากการค้นคว้าวิจัยในนิตยสาร Gastroenterology Research and Practice ปี พุทธศักราช 2558 พบว่า ขิง อาจมีคุณลักษณะต่อต้านการอักเสบและก็ต่อต้านอนุมูลอิสระ และก็บางทีอาจลดการเสี่ยงกำเนิดโรคมะเร็งได้

สารอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ยี่โถ เคยมีข้อเสนอให้เอายี่โถไปต้มน้ำแก้โรคพิษสุราเรื้อรัง แม้กระนั้นเมื่อผู้เจ็บป่วยกินไปแล้วทำให้มีลักษณะปวดหัว อ้วก ท้องร่วง เจ็บท้อง และก็ถ้าหากกินมากจนเกินความจำเป็นยี่โถอาจมีฤทธิ์กดการเต้นของชีพจร ทำให้หัวใจเต้นช้าลงหรือบางทีอาจจะหยุดเต้นได้

 

มะเกลือ มีคุณประโยชน์สำหรับในการถ่ายพยาธิ แม้กระนั้นมะเกลือแก่สีดำอาจมีสารแนพทาลีน (Naphthalene) ที่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อระบบประสาทโดยตรง ทำให้มีลักษณะอาการอ้วก เป็นไข้ ท้องร่วง อาการตามัว ตามองมองไม่เห็นหรือตาบอดได้

 

ว่านหางจระเข้ ส่งผลข้างเคียงน้อยเมื่อใช้ให้ถูกต้อง แต่ว่าแม้กินว่านห่าง มากจนเกินไปอาจส่งผลให้มีลักษณะอาการเจ็บท้อง ท้องเดิน เพราะเหตุว่านหางจระเข้มีฤทธิ์เป็นยาระบาย

 

กระเทียม การกินกระเทียบเคียงดิบในจำนวนที่มากเหลือเกิน อาจก่อให้มีกลิ่นปาก เสียดท้อง มีก๊าซในกระเพาะ ท้องร่วง หรืออาจมีอาการแพ้ในบางบุคคล

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ