สัญญาณอันตรายจากโรคลําไส้แปรปรวน ที่ไม่ควรมองข้ามกับการดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง

สุขภาพ และการดูแลตนเอง ของโรคต่างๆ ที่เรียกว่ามีประเด็นและความน่าสนใจที่ดี เลยทีเดียวกับการดูแลร่างกายของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคลำไส้ ทำงานแปรปรวนที่เรียกได้ว่าเป็นโรคทางการอย่าง Irritable Bowel Syndrome : IBS โลกนี้มีที่มาที่ไปอย่างต่อเนื่องและมีความเป็นมาอย่างยาวนานแล้ว และมักจะได้ยินหรือรู้จักในชื่อภาษาไทยอย่าง “ลำไส้แปรปรวน” แต่ในปัจจุบันนี้นั้นโรคดังกล่าวดูเหมือนว่าจะมีการแพร่ระบาด อย่างต่อเนื่องและทางการแพทย์วินิจฉัย เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและส่งผลต่อให้แพทย์วินิจฉัย เพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

สำหรับคุณลักษณะของโรคดังกล่าวนั้น มีลักษณะมาในรูปแบบของการมาๆ หายๆ เรื้อรังและเป็นได้ตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม แม้แต่จะเป็นมาหลายปีแล้วก็ตาม และจะไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกาย แต่โรคนี้มักจะสร้างความรำคาญ ต่อการทุกข์ทรมานกับผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวอย่างมาก เนื่องจากจะเกิดวิตกกังวลทำให้โลกไม่หาย แม้จะได้รับยารักษาที่จะมีผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะไม่สามารถที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งบางรายอาจจะต้องเผชิญ กับสภาวะหยุดงานและประสิทธิภาพ ของการทำงานที่ลดลงอีกด้วย

ปัจจัยและสาเหตุของโรคโรคไอบีเอส ได้แก่

1.อาการบีบตัว : เกิดจากการเคลื่อนตัวของลำไส้ที่ผิดปกติ อาจจะทำให้เกิดจากการหลั่งสารหรือฮอร์โมน บางชนิดอย่างในผนังลำไส้ ที่ผิดปกติจนนำไปสู่การเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย และท้องผูกมาได้ นั่นเอง 

2.ระบบประสาทที่ผนังลำไส้เกิดสิ่งเร้าใหม่ : นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ถูกกระตุ้นมาอย่างต่อเนื่องและเป็นตัวกระตุ้นมากผิดปกติอีกด้วย เช่นหลังเกิดอาการจากการกินอาหาร หรือรวมไปถึงคนปกติจะกระตุ้นลำไส้ให้มีการบีบตัว และเคลื่อนตัวเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าวจะมีการตอบสนองที่ผิดปกติ หลังจากเกิดการรัดตัว หรือ เคลื่อนตัวของลำไส้มากขึ้น จนทำให้เกิดผลต่างๆที่ก่อให้เกิดอาการปวดท้อง และท้องเสียท้องผูกขึ้นได้

3.ความผิดปกติจัดการควบคุมการทำงาน : เกิดจากระหว่างระบบความรู้สึก กับประสาทและกล้ามเนื้อลำไส้และรวมไปถึงสมอง โดยที่อาจจะก่อให้เกิดการผิดปกติ จากการเกิดสารที่ควบคุมการทำงาน ซึ่งมีหลายชนิด และทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป 

 

เราสามารถที่จะเป็นหรือพบโรคนี้บ่อยแค่ไหน?

จากการศึกษาและวินิจฉัย และรวบรวมสถิติของผู้ป่วย โดยเฉพาะในประเทศไทย มีการพบว่าผู้ป่วยโรคดังกล่าวนั้น มีปริมาณกว่า 5 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าที่เป็นจริงเพราะผู้ป่วยบางราย ไม่แสดงอาการใดๆทั้งสิ้นจนเกิดการชะล่าใจ และปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ได้ มีการศึกษาหรือรักษาต่อ และสามารถที่จะพบได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวัยทำงาน 20-30 ปี อีกทั้งจะพบได้บ่อยจนไปถึงผู้ที่มีอายุ 60 ปีหรือ 60 ปีขึ้นไปจะมีการเกิดอาการนี้น้อยลง และโรคนี้ จะเกิดกับคนที่มีสภาพทางเศรษฐกิจ และสังคมของชนชั้นกลางจนถึงชนชั้นสูง 

 

รักษาหายขาดได้หรือไม่?

ในปัจจุบันนี้นั้นทางการแพทย์ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและอย่างแน่นอน ของโลกนี้ จึงทำให้ยังไม่มีตัวยาที่ดีพอ เฉพาะทางหรือการรักษาที่ได้ผล 100% แต่ทางการแพทย์รักษาตามอาการเช่นใช้ยาระบายในผู้ป่วย หรือ รวมถึงอาการท้องผูกเป็นอาการเด่น หรือรวมไปถึงการใช้ยาแก้ท้องเสีย ถ้ามีอาการท้องเสีย เป็นอาการที่ค่อนข้างโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยาที่ใช้รักษาตามอาการนั้นเอง 

ช่วยแชร์ต่อด้วยนะ