ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ ซื้อดีไหม ทำเอาไว้ ดีอย่างไร? มีรายละเอียดที่ต้องศึกษามากกว่าการทำประกันของวัยอื่นๆ เนื่องจากการรับประกันภัยของแต่ละบริษัทอาจจะปฏิเสธผู้เอาประกันภัยที่เคยมีโรคประจำตัวมาก่อน แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้มีแผนประกันที่บอกว่า “ไม่ต้องตรวจสุขภาพ และไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ” ดังนั้น ในฐานะผู้บริโภค จะต้องทราบความคุ้มครองต่างๆ ให้ละเอียด
ประกันสุขภาพ คุ้มครองอะไรบ้าง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ให้คำจำกัดความของการประกันสุขภาพไว้ว่า “เป็นการประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้น จะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย” โดยรวมค่าใช้จ่าย 7 อย่าง ดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว ได้แก่ ค่าห้องและค่าอาหาร, ค่าบริการทั่วไป และค่าใช้จ่ายกรณีเข้ารักษาฉุกเฉิน
2. ค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด อาทิ ค่าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด
3. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์มาดูแล (ค่าแพทย์เข้าเยี่ยม)
4. ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD)
5. ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
6. ค่าใช้จ่ายจากการรักษาฟัน
7. การชดเชยค่าใช้จ่าย เช่น ชดเชยรายได้รายวัน
ดังนั้น หากคุณมองหาประกันสุขภาพผู้สูงอายุ มักจะหมายถึง ประกันที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ
แต่แผนประกันสำหรับผู้สูงวัยในปัจจุบัน ที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้สมัครขอเอาประกันภัย มักจะคุ้มครองดังนี้
ชดเชยรายได้รายวัน เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล
รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ขึ้นอยู่กับทุนประกันที่จ่าย
สรุปได้ว่า การทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ แบบหวังผลให้ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องแอดมิตเป็นผู้ป่วยใน หรือผู้ป่วยนอก จะต้องทำในช่วงอายุไม่เกิน 60-70 ปี และต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยมีประวัติโรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรง แต่หากเป็นแผนประกันที่ให้ชดเชยรายได้รายวันอย่างเดียว อาจจะไม่เรียกว่า “ประกันสุขภาพ” ได้ แต่เป็นประกันชีวิตพ่วงสัญญาแนบท้าย เพียงแค่รับเงินชดเชยรายได้รายวันมาจ่ายเป็นค่ารักษาเท่านั้น


