Category Archives: ดูแลสุขภาพ

อาการ “เบาหวานขึ้นตา” ที่อาจเสี่ยงต่อวัยเด็กและวัยทำงานมากยิ่งขึ้น

อาหารที่มีแป้ง รวมทั้งน้ำตาล มากเกินความจำเป็น แล้วขาดการบริหารร่างกาย บางทีอาจเป็นอีกสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดเบาหวานได้โดยไม่รู้สึกตัวรวมทั้งอาจมีโรคแฝงที่เกิดอันตรายได้ทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งดวงตา ซึ่งคนป่วยด้วยโรคเบาหวานได้โอกาสตาบอดมากยิ่งกว่าคนสามัญถึง 25 เท่าถ้าเกิดโรคเบาหวานขึ้นจอตา การรู้ทันเพื่อเตรียมรับมือแล้วก็คุ้มครองปกป้องก็เลยเกิดเรื่องที่ไม่สมควรไม่มีความสนใจ โรคเบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งสามารถพบมากในทุกเพศทุกวัย ซึ่งมักพบน้อยแตกต่าง ขึ้นกับจำพวกของเบาหวาน ในตอนนี้เจอคนเป็นโรคเบาหวานในเด็กมากขึ้นเรื่อยๆเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับโรคอ้วนที่มากขึ้นในเด็ก โดยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 เป็นจำพวกที่พบได้ทั่วไปที่สุด พบได้บ่อยในคนแก่กว่า 40 ปี ส่วนโรคเบาหวานจำพวกที่ 1 พบได้ทั่วไปในเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี แต่ว่าในวัยรุ่นก็เจอได้เหมือนกัน  ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากการกินอาหารที่มีแป้งรวมทั้งน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ขาดการบริหารร่างกาย เนื่องจากเด็กชอบมีความประพฤตินั่งอยู่จอทีวีหรือคอมพิวเตอร์ แทนการวิ่งเล่นหรือเล่นกีฬาเพิ่มมากขึ้น ถ้าหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จะก่อให้กำเนิดความไม่ปกติของเส้นโลหิตซึ่งมีผลต่ออวัยวะต่างๆทั่วร่างกายรวมทั้งดวงตา อย่างเช่น กล้ามเนื้อตา เลนส์ตา ขั้วประสาทตา เส้นประสาทตา และก็เรตินา ที่สามารถได้รับผลพวงจากโรคเบาหวานทั้งหมด ซึ่งสภาวะโรคเบาหวานขึ้นตาเป็นต้นเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้สูญเสียการมองมองเห็น โรคเบาหวานขึ้นตา คืออะไร เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการหรูหราน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน นำมาซึ่งการทำให้เส้นเลือดที่เรตินา (Retina) ได้รับความเสื่อมโทรม โดยมี 2 สภาวะหลักที่ทำให้การมองมองเห็นห่วยลง… […]

วิธีเพิ่ม “ความสุข” เมื่อยามรู้สึกเหนื่อย และ อ่อนล้า

ถ้าหากพวกเราอยู่ในภาวการณ์เคร่งเคลียด หรือเสพข่าวสารแย่ๆมากจนเกินความจำเป็นจนถึงรู้สึกสุขภาพด้านจิตไม่ค่อยดี ทดลองเพิ่มเติมความมีชีวิตชีวา ลดความเหนื่อยอ่อนล้าให้กับสมองแล้วก็ร่างกายด้วยแนวทางพวกนี้ การสำรวจด้านความเฉื่อยของสุขภาพในเอเชียแปซิฟิคปี 2564 เปิดเผยให้มีความคิดเห็นว่า สิ่งกลุ่มนี้เป็นปัจจัยลำดับต้นๆที่ทำให้สุขภาพด้านจิตห่วยลงในกลุ่มผู้ซื้อ โดย 6 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่า สุขภาพร่างกายและก็สุขภาพเกี่ยวกับจิตของตัวเองไม่ค่อยดีนัก คนที่มองเห็นความทรุดโทรมของสุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิตเห็นด้วยว่า มีเหตุที่เกิดจากการไม่ได้ทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย ทานอาหารไม่เป็นประโยชน์เยอะขึ้น รวมทั้งไร้คนรอบตัวที่รอกระตุ้นให้ออกกำลังกาย ขณะแบบนี้นี่เองที่ทำให้พวกเรารู้สึกเหน็ดเหนื่อย รวมทั้งจำต้องหันมาดูแลตนเองบ้าง ตั้งแต่นี้ต่อไปเป็น 5 กลเม็ดที่จะสามารถช่วยให้ท่านประจันหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปเรียนทางเน็ตหรือจัดการกับการเรียกประชุมทางวีดีโอ แนวทางการเติม “ความสุข” 1.ขยับร่างกายบ่อยๆ ด้วยการที่มนุษย์เราจำเป็นต้องบริหารเวลาเพื่อทำให้ตนเองและก็ครอบครัวเติบโตเจริญรุ่งเรือง บางครั้งบางคราวการหาเวลาบริหารร่างกายก็เลยทำเป็นยาก การเคลื่อนไหวจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินออกมา ซึ่งมีผลเชิงบวกต่ออารมณ์ ทั้งช่วยฟื้นฟูพลังงาน นี่เป็นความจริง แล้วก็จากที่พวกเราได้เสวนากับผู้ซื้อในเอเชียแปซิฟิคสำหรับเพื่อการตรวจด้านความเฉื่อยของสุขภาพ ผู้บริโภค 47% พูดว่า การบริหารร่างกายช่วยทำให้สุขภาพที่เกี่ยวข้องทางจิตดียิ่งขึ้นจริงๆ เมื่อไม่สามารถที่จะเข้ายิมหรือร่วมกิจกรรมบริหารร่างกายได้ หลายๆคนพบว่าตนเองไม่มีกรุ๊ปเพื่อนฝูงที่รอกระตุ้นให้ออกพลังกาย หลักสูตรบริหารร่างกายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโยคะไปจนกระทั่งพิลาทิส แล้วก็การฝึกหัดยืดเหยียดหยามกล้ามไปจนกระทั่งแอโรบิคมีอยู่เยอะแยะ และก็หลายหลักสูตรไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกนั้นยังมีการเดินทุกวัน การขี่จักรยาน หรือการวิ่งก่อนที่จะครอบครัวจะตื่น ซึ่งจะช่วยทำให้คุณอารมณ์ดี พร้อมต่อกรกับสิ่งต่างๆตลอดวัน   2.ทานของที่มีประโยชน์ อาหารเป็นแหล่งพลังงาน แล้วก็ช่วยทำให้ร่างกายของพวกเรามีเรี่ยวแรงทำกิจกรรมต่างๆอย่างมาก การค้นคว้าวิจัยพบว่า ในระหว่างการระบาด […]

สัญญานเตือน “ไบโพลาร์” ทึ่คุณควรรู้ ถึงอันตรายต่อสุขภาพ

ในปัจจุบันโลกของเรานั้น หมุนไปไวเหมือนกัน โดยฉะเพราะเหตุว่าความตึงเครียดสะสม การทำงาน และการใช้ชีวิตที่เข้มข้น รวมไปถึงการระบาดของ โควิด-19 ส่วนใดส่วนหนึ่งของโรคทางจิตหลายๆโรค แต่ว่า สำหรับ “ไบโพลาร์” บางทีอาจยังมีหลายๆคนที่รู้เรื่องลักษณะโรคนี้ จากข้อเท็จจริงอยู่บ้าง ก็เลยมีเนื้อหาเกี่ยวกับโรคไบโพลาร์ แล้วก็อาการที่พิจารณาได้โดยประมาณด้วยตัวเองมาฝากกัน   อารมณ์แปรปรวน (bipolar disorder) สำหรับ โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว หรือโรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder) เป็นความไม่ดีเหมือนปกติทางอารมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้เจ็บป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีลักษณะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปๆมาๆ ระหว่างอารมณ์กลัดกลุ้ม (major depressive episode)  สลับกับตอนที่จิตใจเบิกบานมากยิ่งกว่าธรรมดา (mania หรือ hypomania) โดยอาการในแต่ละตอนบางทีอาจเป็นอยู่นานเป็นอาทิตย์ หรือหลายๆเดือนก็ได้ ซึ่งอาการกลุ่มนี้จะทำให้เกิดผลเสียต่อการดำนงชีพของคนเจ็บทั้งยังในด้านงานการ การดำรงชีพ ความเกี่ยวเนื่องกับบุคคลอื่น และก็การดูแลตัวเองอย่างยิ่ง ทำให้ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตทุกวันได้อย่างปกติ อาการที่พบได้ ข้อมูลที่ได้มาจาก สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ ภาควิชาแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผู้เจ็บป่วยที่ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ จะมีตอนที่อารมณ์ไม่ดีเหมือนปกติ โดยมีตอนเซื่องซึม (depressive episode) สลับกับตอนที่ร่าเริงแจ่มใส หรือมีชีวิตชีวามากยิ่งกว่าธรรมดา (mania […]

“กาแฟผสมยาอี” ไม่ใช่เรื่องสนุก! อันตรายต่อสุขภาพถึงชีวิต!!

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ ได้ออกมาแจ้งเตือน ว่าในปัจจุบันนี้ มีการลักลอบนำยาอีใส่ในสินค้า ชนิดกาแฟต่างๆทำให้พิจารณาได้ยากขึ้น แนะผู้ดูแลหมั่นติดตามข่าวพร้อมพิจารณาความประพฤติของลูกหลาน ถ้าเกิดเจอข้าวของถูกสงสัยรีบพูดคุยด้วยเหตุผลถึงผลข้างเคียงต่อร่างกายและก็รีบพาไปพบหมอเพื่อไปสู่วิธีการเยียวยารักษา   อันตรายอย่างไร? สำหรับ ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซี (Ecstasy) เป็นสิ่งเสพติดตัวเดียวกัน มีฤทธิ์หลอนประสาทแล้วก็กระตุ้นประสาท จะต่างกันบ้างในด้านองค์ประกอบทางเคมี มีทั้งๆที่เป็นแคปซูลแล้วก็เป็นเม็ดยาสีต่างๆแม้กระนั้นที่เจอในประเทศไทย โดยมากมีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบนและก็มีเครื่องหมายบนเม็ดยาเป็นรูปต่างๆได้แก่ กระต่าย ค้างคาว นก ดวงตะวัน ฯลฯ แนวทางการสังเกต ในขณะนี้มีการลักลอบนำยาอีบดเป็นผงๆใส่ลงในสินค้าต่างๆดังเช่น ซองครีมเทียม ซองกาแฟ 3in1โดยเจอแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นทาง Social Media (สื่อสังคมออนไลน์) เมื่อเสพยาอีไปสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ภายในช่วงระยะเวลา 30-45 นาที  รวมทั้งฤทธิ์ของยาจะอยู่ภายในร่างกายได้นานราว 6-8 ชั่วโมง ยาอีออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทในช่วงเวลาสั้นๆจากนั้นจะหลอนประสาทอย่างหนัก อาการซึ่งสามารถพินิจได้ข้างหลังดื่มกาแฟผสมยาอี เป็นรู้สึกร้อน เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง การได้ยินเสียง และการมองเห็นแสงสีต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง เคลิบเคลิ้ม รู้สึกตื่นตัวตลอดเวลาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้   เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ยาอี จะเข้าไปทำลายระบบประสาททำให้เซลล์สมองส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่หลั่งสารซีโรโทนิน […]

รวมอาการอันตรายต่อสุขภาพ! ที่ก่อให้เกิดจากการนั่งทั้งวัน

มั่นใจว่ามีผู้คนจำนวนมากที่นั่งเรียนหรือปฏิบัติงานอยู่กับที่ หรือ นั่งอยู่ตรงหน้าจอ เกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน รวมทั้งในแต่ละวัน การนั่งเฉยๆตลอดวันมีผลเสียต่อสภาพทางด้านร่างกาย อีกทั้งในระยะสั้น และก็ระยะยาว ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งจนถึงส่งผลให้เกิดต้นเหตุของการตายได้อย่างยิ่งจริงๆ   ขาอ่อนแรง การนั่งนานตลอดทั้งวันทำให้ท่านไม่ค่อยได้ขยับเขยื้อนขารวมทั้งบั้นท้ายมากสักเท่าไรนัก ซึ่งอาจจะส่งผลให้กล้ามส่วนขาและก็บั้นท้ายลีบเล็กลง รวมทั้งอ่อนเพลียลงได้ รวมทั้งแม้กล้ามบั้นท้ายรวมทั้งขาไม่แข็งแรงมากพอ การเลี้ยงตัวก็ทำเป็นไม่ดีมากพอ แล้วก็บางทีอาจนำมาซึ่งการเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บในอนาคตได้ น้ำหนักที่มากขึ้น เชื่อไหมว่าการขยับร่างกายเป็นประจำทำให้กล้ามปลดปล่อยโมเลกุลโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่า ลิโพโปรตีนลิเพส ออกมา ซึ่งจะช่วยจัดแจงกับไขมันแล้วก็น้ำตาลภายในร่างกายจากของกินที่พวกเรากินได้ ถ้าหากพวกเรานั่งนานตลอดทั้งวัน  กล้ามก็จะปลดปล่อยโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีตัวนี้ออกมาน้อยกว่าธรรมดา ซึ่งนำไปสู่การเผาไหม้ไขมันแล้วก็น้ำตาลภายในร่างกายลดน้อยลง เพิ่มการเสี่ยงต่อภาวการณ์เมแทบจะอลิกซินโดรมได้ ถึงแม้คุณบริหารร่างกายในคราวหลังก็ตาม ฉะนั้นควรจะให้ความใส่ใจกับการขยับย้ายร่างกาย ลุกออกมาจากเก้าอี้ระหว่างวันด้วย   ปวดหลัง ภายหลังที่กล้ามสะโพกและก็โคนขาแรงลง บั้นท้ายแล้วก็ข้างหลังก็จะกำเนิดความเจ็บจากการนั่งนานๆได้ด้วย กล้ามในส่วนที่ใช้งอบั้นท้ายจะสั้นลง รวมทั้งท่านั่งที่ผิดสรีรศาสตร์ก็ทำร้ายข้างหลังของคุณด้วยเหมือนกัน ท่านั่งที่ไม่เหมาะสมจะมีผลให้กระดูกสันหลังถูกบีบอัดรวมทั้งนำมาซึ่งการทำให้กระดูกสันหลังเสื่อม และก็บางทีอาจเรื้อรังได้   สภาวะซึมเศร้า ไม่น่าเชื่อก็จำต้องมั่นใจว่าการนั่งเป็นเวลานานทั้งวันมีผลต่อภาวะจิตใจด้วย อาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากการขาดการบริหารร่างกายที่สมควร รวมทั้งการได้ขยับเขยื้อนร่างกายระหว่างวัน  ** เพิ่มเติม จากการศึกษาเล่าเรียนพบว่าการนั่งนานๆเพิ่มการเสี่ยงสำหรับในการเป็นโรคโรคมะเร็งบางประเภท ดังเช่น โรคมะเร็งปอด มดลูก รวมทั้งลำไส้ใหญ่   เสี่ยงโรคหัวใจ การนั่งนานๆมีผลต่อสุขภาพของหัวใจ ที่เพิ่มการเสี่ยงต่อโรคหัวใจและก็เส้นเลือด […]

Dural arteriovenous fistulas : DAVF หรือเสียงในหู เสี่ยงอาการโรคทางสมอง

สำหรับ สภาวะAVF หรือภาวการณ์ความไม่ดีเหมือนปกติของหลอดเลือดแดงกับโพรงหลอดโลหิตดำรอบๆเยื่อหุ้มสมอง บางทีอาจมีผลต่อการระบายเลือดกลับของสมองจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งรวมทั้งความแตกต่างจากปกติของโพรงหลอดโลหิตดำ สภาวะนี้มีการแบ่งเป็น 2 ลักษณะตามการรบกวนการระบายเลือดกลับของสมอง ดังเช่นว่า จำพวกไม่ร้ายแรงแล้วก็ประเภทร้ายแรง ซึ่งจำพวกร้ายแรงจะเป็นประเภทที่ก่อกวนการระบายเลือดกลับของสมองโดยจะมีผลนำมาซึ่งการก่อให้เกิดสภาวะความดันในเส้นเลือดดำสมองสูงเนื่องจากว่าไม่อาจจะระบายเลือดไหลได้ ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสภาวะสมองขาดเลือดและก็สภาวะเลือดไหลตามมาสุดท้าย อาการที่พบได้ อาการแสดงของภาวการณ์ประเภทไม่ร้ายแรง จะเกิดขึ้นตามตำแหน่งของหลอดโลหิตดำที่ถูกก่อกวน อย่างเช่น คนไข้มีสภาวะเสียงดังรบกวนในหูตามจังหวะชีพจร ซึ่งมีต้นเหตุที่เกิดจากการรบกวนโพรงหลอดโลหิตดำที่ฐานหัวกะโหลกรอบๆหู อาการถัดมาที่พบได้มากเป็น เสียงฟู่ สัมผัสได้รอบๆต่างๆรอบหัว เจอภาวการณ์น้ำคั่งในโพรงสมอง เป็นอีกหนึ่งสภาวะซึ่งสามารถเจอได้ เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการดูดกลับของน้ำหล่อเลี้ยงสมอง จำนวนมากจะต้องผ่านโพรงเส้นเลือดดำ   อาการสภาวะที่รุนแรง ความจำเสื่อม พฤติกรรมเปลี่ยนแปล งเคลื่อนไหวผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง   สาเหตุที่ก่อให้เกิดสภาวะ ต้นเหตุการเกิดโรคมักกำเนิดตามหลังสภาวะโพรงหลอดโลหิตดำในสมองตัน เป็นภาวการณ์ที่พบได้ทั่วไปในคนป่วยผู้หญิง บางทีอาจกำเนิดตามหลังอุบัติเหตุทางศีรษะและก็ความแตกต่างจากปกติของการแข็งตัวของเลือด แต่ว่าบางครั้งบางคราวก็ไม่สามารถที่จะหามูลเหตุได้เด่นชัด วินิจฉัยภาวะ AVF การวิเคราะห์คนป่วยทำเป็นโดยหมอส่งไปทำการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบฉีดสี หรือแม้อยากได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นหมอบางทีอาจไตร่ตรองคนเจ็บส่งไปตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ดังนี้คนเจ็บควรจะได้รับการดูแลพื้นฐานจากหมอผู้ที่มีความชำนาญด้านระบบประสาทโดยตรง เพราะความสลับซับซ้อนของต้นสายปลายเหตุการเกิดโรค ก็เลยทำให้การคุ้มครองเป็นได้ยาก อย่างไรก็แล้วแต่การดูแลและก็ตรวจร่างกายบ่อยๆรวมทั้งการดูแลและรักษาโรคประจำตัว ดังเช่นว่า ความดันสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และก็หลบหลีกการใช้ยาเสพติด ยาสูบ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สามารถช่วยลดการเสี่ยงการเกิดสภาวะโรคนี้ได้ ปัจจุบันนี้สถาบันประสาทวิทยามีการปรับปรุง การดูแลรักษาโดยวิธีการใช้รังสีร่วมรักษาและก็การดูแลและรักษาผ่านทางสายสวนเส้นโลหิต โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดสมองทำให้การพยาบาลผู้ป่วยมีคุณภาพแล้วก็ความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

แนวทางการเสริมภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 ด้วยการใช้วิธี “ไฟโตนิวเทรียนท์”

เมื่อกล่าวถึงระบบภูมิต้านทาน หรือ ภูมิคุ้มกันของร่างกาย พวกเราบางครั้งก็อาจจะระลึกถึงหน้าที่สำหรับในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสหรือหวัด แต่ว่าพวกเราจะมีภูมิต้านทานที่ดีได้เช่นไร ถ้าหากไม่เลือกบริโภคของกินที่มีสารอาหาร สำหรับเพื่อการช่วยสร้างเสริมระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้ดำเนินงานได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งยอดเยี่ยมในทางเลือกที่สามารถช่วยลดการเสี่ยงการเกิดอาการร้ายแรงจากการรับเชื้อไวรัสต่างๆในช่วงปัจจุบันได้ โดยในตอนนี้ เราจะมาเสนอแนะ 5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับสารเคมีหรือ “ไฟโตนิวเทรียนท์” (Phytonutrients) ที่มีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานภายในร่างกายให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ด้วยแนวทางง่ายๆดังต่อไปนี้ 1.ไฟโตนิวเทรียนท์ เป็นกลุ่มสารอาหารที่ได้จากผักรวมทั้งผลไม้ 5 สีมีคุณประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายมากไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะในตอนโควิด-19 ซึ่งไฟโตนิวเทรียนท์มีคุณลักษณะต่อต้านอนุมูลอิสระรวมทั้งมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ แล้วก็ผลักดันรูปแบบการทำงานของระบบภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรง 2.ผักและผลไม้ สีเขียว การทานผักใบเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งมีสารซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ซึ่งเป็นสารต้านทานการอักเสบที่ดี และก็เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายได้เป็นอย่างดี 3.เบต้า-แคโรทีน เจอในผักผลไม้สีส้ม ดังเช่น แครอท ฟักทอง ส้ม รวมทั้งมะเขือเทศ ช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว และก็ระบบภูมิต้านทานของร่างกายดำเนินการได้มีคุณภาพเมื่อติดโรคจากแบคทีเรียแล้วก็เชื้อไวรัส 4.ผักและผลไม้ที่ต้องรับประทาน เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคของกิน ลดแป้งแล้วก็ไขมัน เพิ่มการกินผักและก็กินผลไม้ในทุกๆวันให้มากเพิ่มขึ้นรวมทั้งบริโภคโดยตลอดเสมอๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการต้านทานอนุมูลอิสระและก็ลดภาวการณ์การอักเสบในร่างกายลงได้ ดังนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังได้เสนอแนะว่า ควรจะบริโภคผักแล้วก็ผลไม้ในจำนวน 400 กรัมต่อวัน หรือ 5 […]

อาการสายตาสั้นเทียม ที่มักจะเกิดจากการอยู่หน้าจอที่อาจเสี่ยงได้

คนไทย มักจะใช้เวลาอยู่บนหน้าจอเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านของความบันเทิงหรือการ ค้นคว้าข้อมูลต่างๆรวมทั้งสิ่งรื่นเริงการซื้อของออนไลน์เฉลี่ยแล้ววันละ 5 ชั่วโมง ดำเนินงานโดยใช้คอมพิวเตอร์และก็อินเตอร์เน็ตเฉลี่ยแล้ววันละ 9 ชั่วโมง ประพฤติกรรมแบบนี้ ทำให้มีการกระตุ้นแนวทางการทำงานของดวงตาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน  อาจมีอาการตามัวบางเวลา มีลักษณะปวดตา บางทีอาจกระทบต่อการทำงานแล้วก็การใช้ชีวิตประจำวันได้ รูปแบบนี้บางทีอาจเป็นสิ่งที่การแพทย์เรียกว่า ภาวการณ์สายตาสั้นเทียม การเจอหมอรักษาตาผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสำหรับเพื่อการตรวจรักษาเพื่อดูแลรักษาสุขภาพร่างกายตา ก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สมควรปล่อยปละละเลย   สภาวะสายตาเทียม ที่เกิดจากการอยู่หน้าจอ โรคสภาวะสายตาสั้นเทียมพบบ่อยขึ้น เหตุเพราะการกระทำสำหรับการใช้ social media ทางสมาร์ทโฟน แท็บเลต การใช้แรงงานคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ใช้สายตาสำหรับเพื่อการเพ่งพินิศ หรือจ้องมองที่มากเกินความจำเป็น มีผลเสียต่อการยุบตัวของกล้ามในตาเป็นอย่างมาก ก่อเกิดความเปลี่ยนไปจากปกติสำหรับเพื่อการเห็นได้โดยมีลักษณะดูไม่ชัดเจนค่อนจะในทันทีภายหลังการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นระยะเวลานาน  ซึ่งจะมีลักษณะอาการเป็นชั่วครั้งคราวในรายที่มีลักษณะอาการมากมายบางทีอาจปวดตา ปวดศรีษะ บางคราวมีลักษณะอ้วกคลื่นไส้ร่วมด้วย อย่างไรก็ดีอาการกลุ่มนี้ในรายที่เป็นมาก อาจเกิดขึ้นเนื่องจากต้นเหตุอื่นที่รุนแรงได้ ในกรณีแบบนี้ควรจะเจอหมอรักษาสายตาเพื่อตรวจรักษา รับคำชี้แนะการดูแลดวงตาอย่างถูกต้องที่สุด  กลุ่มเสี่ยง สภาวะสายตาสั้นเทียมเจอได้ในบุคคลกลุ่มวัยรุ่นแล้วก็วัยทำงานที่มีสายตาธรรมดาในช่วงอายุ 15-30 ปี แล้วก็บุคคลที่อ่านหนังสือในที่แสงไฟน้อย หรืออ่านในที่มืด กรรมวิธีปรับปรุงแก้ไขเป็น ควรจะพักสายตาโดยให้มองออกไปไกลๆหรือหลับตาเป็นระยะ นอกเหนือจากนี้ กรุ๊ปบุคคลที่มีสายตายาวโดยกำเนิด ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป และก็ในบุคคลที่แก่ 40 ปีขึ้นไปจะเจอสภาวะสายตาสั้นเทียมได้บ่อยครั้ง […]

แนะ “เห็ดชิเมจิ” ยิ่งกินสุขภาพยิ่งแข็งแรง

แนะ “เห็ดชิเมจิ” ยิ่งกินสุขภาพยิ่งแข็งแรง ชิเมจิเป็นเห็ดที่มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และอร่อยเข้ากับทุกเมนูอาหาร ในญี่ปุ่นมีเห็ดชนิดนี้หลากหลายพันธุ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปาก มารู้จักเห็ดชิเมจิชนิดต่างๆ และประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่ทำให้อยากหามารับประทานทุกวันกันนะคะ

การลดพุง และควบคุมอาหาร ทำแบบนี้ไม่มีอดและหุ่นดีด้วย

แนวทางลดความอ้วน จำพวกนี้ เป็นการลดความอ้วนยิ่งรับประทานยิ่งซูบผอม ยิ่งอดยิ่งอ้วน จากคำกล่าวนี้บ่งบอกถึงชัดว่า ถ้าเกิดพวกเราอดสารอาหารภายในร่างกายยิ่งน้อยและก็ร่างกายจะยิ่งเก็บกักไขมันไว้ แม้กระนั้นหากวันใดที่ร่างการพวกเราเต็มไปด้วยสารอาหารรวมทั้งมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงร่างกายก็จะปลดปล่อยไขมันออกมาได้ง่ายนั่นเอง ด้วยเหตุดังกล่าวขั้นตอนการนี้ ก็เลยราวกับเป็นการย้ำการกิน การปรับโภชนาการ รวมถึง การกินคลีนที่หลายคนเรียกกัน การกินเพื่อสุขภาพอย่างนี้ย้ำ การลดหุ่นแบบไม่อด เพื่อการลดหุ่นที่ดีต่อร่างกายระยะยาวและก็ยืนนานนั่นเอง  โดยที่ แนวทางลักษณะนี้ควรมีการวางเป้าหมายการทานอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณ ตัวอย่างเช่น อาหารสำหรับคนรักสุขภาพที่นานาประการ เพิ่มสีสันให้กับจานของคุณแล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นการรับประทานรุ้งกินน้ำ สีเขียวใบสีแก่ส้มแล้วก็ “มะเขือเทศสีแดงสดๆ” ถึงแม้ว่าจะสมุนไพรสีสันสวยสดงดงาม ก็เต็มไปด้วยวิตามินเส้นใยรวมทั้งแร่ เน้นผลไม้ผักเมล็ดพืชรวมทั้งนมรวมทั้งสินค้านม ที่ไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำ กินอาหารโปรตีนหลายประเภทอาทิเช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ไม่ติดมันรวมทั้งสัตว์ปีก ไข่ พืชเชื้อสายถั่ว สินค้าจากถั่วเหลืองถั่ว แล้วก็เมล็ดพืช มีไขมันอิ่มตัวไขมันทรานส์คอเลสเตอรอลเกลือ และก็น้ำตาลที่เพิ่มเติมต่ำ อยู่ข้างในความอยากได้แคลอรี่ทุกวันของคุณ อ่านต่อการลดหุ่นลดท้อง แบบไม่ไม่กินอาหาร ลดความอ้วนลดท้องด้วยการควบคุมของกิน ลองศึกษาการลดน้ำหนักแบบไอเอฟ แนวทางลดหุ่น แบบIF หรือ termittent Fasting เป็นแนวทางลดความอ้วนที่กำลังเป็นที่ชื่นชอบในขณะนี้ ยิ่งหมู่คนแบบใหม่หรือกลุ่มวัยรุ่นหรือช่วงวัยกลางคน เป็นการเริ่มควบคุมเรื่องของการรับประทานอาหารที่ฟังมองกล้วยๆเพราะว่าเลือกรับประทานช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งและก็งดเว้นกินในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ว่า ลดความอ้วนแบบ IF ก็ยังจะต้องใช้ความทรหดอดทนอยุ่เหมือนกัน เพราะว่าควบคุมแคลอรี และก็จำกัดเวลาสำหรับการทานอาหาร  […]

เหตุผลดีๆของการตรวจสุขภาพประจำปี

เหตุผลดีๆของการตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลและรักษาสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกคน เนื่องจากร่างกายและอวัยวะต่างๆของเราทำงานอยู่ตลอดเวลา และเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายย่อมมีการเสื่อมสภาพหรือบกพร่องไปแต่เราก็สามารถดูแลและตรวจสอบสภาพร่างกายของเราได้โดยการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาโรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในร่างกายเราตั้งแต่ ในระยะแรกๆ ซึ่งยังไม่มีอาการ อันได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถรักษาโรคต่างๆได้ทันท่วงที ไม่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา

เครียด-ซึมเศร้า…ช่วงโควิดระบาด ปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องรักษา

เครียด-ซึมเศร้า…ช่วงโควิดระบาด ปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องรักษา ต้องยอมรับว่า “คนไทย” ทั้งประเทศ เผชิญหน้ากับเชื้อไวรัส “โควิด-19” มานานตั้งแต่ต้นปี 2563 โดยเจ้าโรคร้ายส่งผลกระทบอย่างกว้างขว้างในทุกด้าน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง คือ มีคนจำนวนมากที่ติดเชื้อจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขั้นเสียชีวิตโดยไม่ทันได้กล่าวคำลา